วิเคราะห์การเมือง
แม้ประดา “จอมยุทธ์” ภายในทำเนียบรัฐบาลของ “พรรคคสช.” จะประเมินบทบาทและความหมายของ นายสกลธี ภัททิยกุล เอาไว้ค่อนข้างสูง
ถึงกับทุ่ม “พลังดูดดาว” เข้าไปยังพรรคประชาธิปัตย์
แต่ดูเหมือนว่า ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย กลับมองปรากฏการณ์นี้อย่างเฉยเมยเป็น อย่างยิ่ง
นายสกลธี ภัททิยกุล อาจเคยเป็นส.สในปี 2550
แต่พอเข้าสู่การเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม 2554 กลับต้องพ่ายแพ้ให้กับคนของพรรคเพื่อไทย นั่นก็คือ นายสุรชาติ เทียนทอง
มุมมองต่อ นายสกลธี ภัททิยกุล จึงไม่น่าตื่นเต้น
ที่ไม่น่าตื่นเต้นเพราะประเมินว่า “พลังดูดดาว” ต่อ นายสกลธี ภัททิยกุล เสมอเป็นเพียงก้าวแรก และเป็นเพียงสินค้าตัวอย่างก่อนที่ของจริงรายอื่นจะตามมา
เชื่อกันว่าจะยังมี “พลังดูดดาว” อื่นอีก
เหมือนกับที่เคยปฏิบัติการระหว่าง “ครม.สัญจร” มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่สุโขทัย ไม่ว่าจะเป็นที่นครราชสีมา หรือแม้กระทั่งไซด์ไลน์ที่ชลบุรีและนครปฐม
เพียงแต่ไม่หวือหวาเท่าที่ควร
เพราะภูมิหลังของนครปฐม ชลบุรี สุโขทัย นครราช สีมา ล้วนเป็นคนหน้าเก่าและก็แสดงบทบาทอย่างนี้ อยู่แล้วแทบเป็นประจำ
มาฮือฮาก็เมื่อมีการดูดคนของ “ประชาธิปัตย์” เท่านั้น
เหมือนกับเวทีแห่งการสัประยุทธ์ทางการเมืองอาจสัมผัสได้ในพื้นที่ภาคกลางและกทม. เพราะว่าพื้นที่อื่นๆ ล้วนดำรงอยู่อย่างตายตัว
ภาคอีสานเป็นของพรรคเพื่อไทยแน่นอน
ภาคเหนืออาจมีพรรคประชาธิปัตย์เสียดแซมบ้าง แต่ด้านหลักก็ยังเป็นของพรรคเพื่อไทยแทบไม่แปรเปลี่ยน
ภาคใต้เป็นของพรรคประชาธิปัตย์
ภาคกลางและกทม.ต่างหากที่จะมากด้วยความร้อนแรง เพราะดำเนินไปอย่างกระจัดกระจายระหว่าง พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา
ยิ่งใกล้ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 จะยิ่งน่าตื่นเต้น
ความน่าตื่นเต้นที่มีการใช้ “พลังดูดดาว” ต่อท่อเข้าไปภายในพรรคประชาธิปัตย์มิได้อยู่ที่ว่า พรรคคสช.เริ่มต้นด้วยการตกปลาในหนอง
หากแต่อยู่ที่ว่าจุดเริ่มมิได้ “แปลกใหม่”
ยังเล่นบทเหมือนกับพรรคเสรีมนังคศิลา เหมือนกับพรรคชาติสังคม เหมือนกับพรรคสหประชาไทย และเหมือนกับพรรคสามัคคีธรรม
ไม่น่าเชื่อว่ามาจากกูรูระดับ ฟิลิป ค็อตเลอร์