การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่…) พ.ศ. … รัฐสภา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ดำเนินการต่อไปไม่ได้
เนื่องจากองค์ประชุมคณะกรรมาธิการไม่ถึงกึ่งหนึ่ง มีผู้อยู่ในห้องประชุมเพียง 20 คนจาก 43 คน ที่ขาดหายไปเป็นกรรมาธิการจากพรรคร่วมรัฐบาลและวุฒิสภา
วาระดังกล่าวจะต้องลงมติตัดสินในเนื้อหาร่างมาตรา 256/1 ว่าด้วยที่มาขององค์กรจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งหากลงมติได้ก็จะสามารถพิจารณามาตราอื่นต่อ
จึงยังชี้ขาดไม่ได้ว่าจะให้มีเฉพาะคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญตามร่างหลัก หรือให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามร่างรอง จนต้องเลื่อนลงมติออกไปเป็นวันที่ 12 พฤศจิกายน
เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้คณะกรรมาธิการฝ่ายรัฐบาลและวุฒิสภาเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากว่าตั้งใจถ่วงรั้งให้มีความชักช้าหรือไม่ ขณะที่รัฐบาลก็ถูกตั้งข้อสังเกตและครหาว่าขาดความจริงใจ
ทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่าจะยึดถือบันทึกข้อตกลงที่ทำไว้กับพรรคประชาชนต่อไปจนสำเร็จ จากนั้นจะยุบสภาภายในเวลาที่กำหนด
รวมทั้งไม่เคยคิดที่จะจับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน พร้อมยืนยันว่าจะเร่งแก้รัฐธรรมนูญให้เสร็จเร็วที่สุดตามกรอบเวลา จากนั้นจะยุบสภา
นอกจากนี้ ยังชี้แจงประเด็นการชิงยุบสภาก่อนไทม์ไลน์ ถ้าหากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าไม่ได้อยู่ในข้อตกลง โดยอ้างว่าเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งมองว่าอาจเป็นอีกทางเลือกที่คิดไว้แล้ว
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีระบุจะไม่ปล่อยให้รัฐบาลถูกด่าฟรีแน่ หากถูกยื่นซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าขาดความสง่างาม ไม่ยอมรับกลไกการตรวจสอบสภา
ที่ผ่านมา สังคมมองว่ารัฐบาลนี้บริหารประเทศมาเพียงเดือนเศษ แต่สร้างความไม่น่าไว้วางใจหลายข้อครหา ทั้งการโยกย้ายข้าราชการนับร้อยตำแหน่งที่หวังผลทางการเมือง
ขณะที่คดีความที่เกี่ยวข้องก็หยุดชะงัก ไม่ขยับเดินต่อ โดยเฉพาะการครอบครองที่ดินเขากระโดง การรุกที่ส.ป.ก. รวมถึงคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภาในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการอยู่
ล่าสุดต่อสัญญาการจัดแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกโมโตจีพีออกไปอีก 5 ปี ใช้เงินเกือบ 4 พันล้านบาทอันมีเหตุน่าสงสัย ซึ่งสภาจะต้องตรวจสอบโดยเร็วไปพร้อมๆ กัน และรัฐบาลต้องไม่ชิงยุบสภาก่อน