คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ ออกหมายเรียกผู้ต้องหา 8 ราย คดีฮั้วเลือกสว. ให้มารับทราบข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับความผิดอั้งยี่และฟอกเงิน

ดีเอสไอระบุว่าจากการตรวจสอบหลักฐาน และพฤติกรรมสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างบุคคล โดยเฉพาะช่วงก่อนการเลือกสว. ระหว่างการเลือก และหลังการเลือก พบพยานหลักฐานเส้นทางการเงินชัดเจน

รวมทั้งคำให้การซัดทอดของพยาน ที่บ่งบอกว่ามีกลุ่มคณะบุคคลทางภาคใต้และเครือข่าย มีพฤติการณ์ฟอกเงิน ซึ่งทั้ง 8 รายเป็นตัวการหลักสำคัญ บางรายเป็นผู้สมัครสว. และบางรายเป็นสว. จึงนัดหมายให้มารับทราบข้อกล่าวหาภายในสัปดาห์นี้

นับเป็นความเคลื่อนไหวคดีฮั้วสว. ที่สังคมเฝ้าจับตา และรอคอยมาสักระยะหนึ่งว่าจะดำเนินไปอย่างไรต่อไป

ผ่านมากว่า 8 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค.2568 ที่คณะกรรมการคดีพิเศษมีมติให้รับคดีฮั้วสว.เป็นคดีพิเศษ โดยให้เริ่มจากความผิดฐานฟอกเงิน ก่อนขยายไปยังอั้งยี่ และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง

ที่ผ่านมาคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปหลายร้อยคน รวมทั้งจัดทำเหตุการณ์จำลองสถานที่สำหรับการเลือกสว. กระบวนการเลือก และไล่ตรวจกล้องวงจรปิด

จากการตรวจสอบพบร่องรอยทางการเงิน ที่มีความเชื่อมโยงกัน 1,200 คน จาก 45 จังหวัด ตรวจพบความสัมพันธ์ของกลุ่มขบวนการ ซึ่งมีทั้งอดีตผู้สมัคร ผู้ที่ได้รับการเลือกเป็นสว. และผู้ช่วยสว. ตลอดจนแกนนำและพรรคการเมือง

จากนั้นจึงออกหมายเรียกพยาน 1,200 คน ซึ่งนับว่ามีเป็นจำนวนมาก และขณะนี้อยู่ระหว่างการทยอยสอบปากคำ

ผลจากการสอบปากคำและพยานหลักฐาน นำมาสู่การออกหมายเรียกผู้ต้องหา 8 ราย เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหา ดังนั้น จึงต้องติดตามต่อไปว่าจะเป็นตัวการหลักสำคัญหรือไม่ และจะมีผู้ต้องหาเพิ่มตามมาอีกหรือไม่

เนื่องจากนับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ซึ่งกำกับควบคุมดีเอสไอ จึงทำให้หลายฝ่ายกังวล และมีคำถามต่อคดีฮั้วสว. จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร และจะถูกทำให้เงียบหายไปหรือไม่

นอกจากคดีในส่วนของดีเอสไอแล้ว สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ก็เข้ามาสืบสวนและไต่สวน จนทำให้แจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องแล้ว 138 คน แต่สำนวนคดียังถูกชะลอไว้ที่ชั้นอนุกรรมการวินิจฉัย

หวังว่าทั้งดีเอสไอและกกต. จะเดินหน้าทำคดีไปตามครรลองปกติ โดยต้องตระหนักว่าคดีนี้ใหญ่เกินกว่าที่จะปกปิด หรือทำให้เงียบหาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน