นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าหารือกับเอกอัครราชทูตจีน ซึ่งเป็นผู้แทนพิเศษด้านกิจการเอเชีย กระทรวงการต่างประเทศจีน ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
โดยนายกฯ ระบุว่าจีนดำรงสถานะประเทศที่เป็นกลาง ไม่อยากเห็นความขัดแย้งในภูมิภาคนี้ แต่จากการหารือดังกล่าว จีนก็ไม่ได้ให้ไทยทำข้อตกลงอะไร เพียงแต่อยากให้สร้างสันติภาพ ซึ่งไทยก็มีจุดยืนชัดเจน
ส่วนเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังไม่สงบนั้น นายอนุทินยังคงยืนยันว่า กองทัพไทยปกป้องอธิปไตยอย่างสุดความสามารถ ด้วยความทุ่มเทเสียสละอย่างไม่เกรงกลัว
เป็นคำยืนยันของนายกฯ ที่ทหารไทยยังคงปกป้องอธิปไตยอย่างเต็มที่ พร้อมๆ กับการหารือกับจีนที่ต้องการเห็นไทยและกัมพูชายุติการสู้รบ
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2568 รัฐบาลจีน โดยกระทรวงการต่างประเทศแถลงว่า ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน และมิตรของกัมพูชาและไทย จีนมีความห่วงใยอย่างยิ่งกับสถานการณ์การปะทะบริเวณชายแดนระหว่าง 2 ประเทศ
จีนได้พยายามไกล่เกลี่ย และส่งเสริมการเจรจาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีบทบาทอย่างแข็งขันด้วยวิธีการของตน เพื่อช่วยคลี่คลายความตึงเครียดและบรรเทาสถานการณ์
ดังนั้น ทูตพิเศษด้านกิจการเอเชียจะเดินทางไปกัมพูชาและไทยอีกครั้ง เพื่อดำเนินการไกล่เกลี่ย ผลักดันให้ทั้ง 2 ฝ่ายเดินหน้าเข้าหากัน และฟื้นฟูสันติภาพโดยเร็ว
นอกจากส่งทูตพิเศษมาไกล่เกลี่ยแล้ว ระดับรัฐมนตรีต่างประเทศจีนก็โทรศัพท์มาคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและกัมพูชาอีกด้วย
สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.2568 นั้น ขณะนี้ล่วงเลยมานานกว่า 2 สัปดาห์ สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตทหาร และพลเรือนจำนวนมาก
นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เนื่องจากต้องอพยพออกจากบ้านที่พักอาศัย เพื่อให้พ้นจากรัศมีการโจมตีด้วยอาวุธหนักระยะไกล
อีกประการสำคัญ ยังส่งผลกระทบด้านงบประมาณ และผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ถ้าหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อต่อไปย่อมไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน และจะลามไปถึงความเชื่อมั่นของนานาประเทศ
ดังนั้น การที่จีนเข้ามาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย เชื่อว่าน่าจะเป็นโอกาสอันดีที่ทั้งไทยและกัมพูชาจะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อหยุดยิงโดยเร็ว