ก่อนถึงวันลงประชามติ 8 ก.พ. สังคมไทยกำลังเผชิญ “ขบวนการสร้างวาทกรรม” อย่างเป็นระบบ เพื่อทำให้ประชาชนสับสนและปฏิเสธการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
วาทกรรมเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความไม่รู้ แต่เป็นเครื่องมือทางการเมืองที่มีเป้าหมายชัด คือรักษาระบอบอำนาจที่สืบทอดจากยุคคณะรัฐประหารปี 2557 ให้ดำรงอยู่ต่อไปนานที่สุด รูปแบบวาทกรรมมีลักษณะซ้ำๆ วนเวียนไม่กี่ประเด็น ขาดข้อเท็จจริงรองรับ
ทั้งปลุกความกลัวการแตะหมวด 1 หมวด 2 หรือโยงไปถึงการแก้กฎหมายอาญามาตรา 112 ทั้งที่เป็นกฎหมายคนละฉบับ และมีหลักประกันทางกฎหมายชัดเจนว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองได้
หรือสร้างความเข้าใจผิดว่า การแก้รัฐธรรมนูญจะเปิดช่องล้มล้างบทลงโทษคดีทุจริต ทั้งที่บทลงโทษดังกล่าวไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น
อีกวาทกรรมที่ถูกหยิบมาใช้ต่อเนื่อง คือการกล่าวอ้างว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 มีเนื้อหาดีอยู่แล้ว หรือแก้ไปก็ไม่เป็นประโยชน์ โดยไม่เคยอธิบายให้ชัดว่าดีต่อใครและดีอย่างไร
หากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีจริง เหตุใดจึงถูกวิพากษ์อย่างกว้างขวางว่าเป็น “มรดกผลไม้พิษ” ที่ออกแบบกลไกเอื้อการสืบทอดอำนาจ ลดทอนอำนาจประชาชน และทำให้การเมืองไม่สะท้อนเจตจำนงเสียงข้างมาก
ข้อสังเกตจากภาคประชาชนและนักวิชาการ เช่น ไอลอว์ ชี้ให้เห็นความย้อนแย้งสำคัญว่า หากพรรคการเมืองทุกสีเห็นพ้องต้องกันจริง การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่สามารถเดินหน้าได้โดยไม่จำเป็นต้องผลักภาระให้ประชาชนต้องลงประชามติหลายครั้ง
ความลังเลและการแสดงท่าที “ไม่เห็นชอบ” ของบางพรรค จึงไม่ใช่หลักการ แต่เป็นยุทธศาสตร์ทางการเมือง หรือการแสดงบทบาทเพื่อรักษาฐานอำนาจเดิม
ขณะเดียวกัน บรรยากาศการรณรงค์ประชามติกลับเต็มไปด้วยความเงียบสงัดจากรัฐและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ประชาชนจำนวนไม่น้อยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องลงประชามติในวันเดียวกับการเลือกตั้ง สส.
การไม่สื่อสารอย่างจริงจัง ปล่อยให้ข้อมูลเท็จแพร่กระจายไปในสังคม ย่อมไม่ใช่ความบกพร่องธรรมดา แต่สะท้อนเจตนาทางการเมืองที่ไม่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง
ประชามติครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การตัดสินใจทางเทคนิคกฎหมาย แต่เป็นการตัดสินใจว่าจะยอมอยู่ภายใต้กติกาที่ถูกออกแบบโดยคณะรัฐประหารต่อไป หรือจะเปิดทางให้ประชาชนเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง
สิ่งสำคัญยังเป็นประชาชนต้องรู้เท่าทันวาทกรรมบิดเบือนเหล่านี้ว่าคือเงื่อนไขขั้นต่ำของการใช้สิทธิอย่างมีความหมาย และเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะปลดล็อกกติกาที่ฉุดรั้งอนาคตของประเทศและประชาชนทุกคน