การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญ ซึ่งดำเนินการไปพร้อมกันในวันดียว คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ขั้นตอนจากนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งจะรับรายงานผลคะแนนจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั้ง 400 เขต รวมทั้งพิจารณาข้อร้องเรียนต่างๆ ว่าเป็นไปโดยสุจริตและยุติธรรมหรือไม่
จากนั้นก็จะดำเนินการตรวจสอบว่ามีข้อเท็จจริง ตลอดจนพยานหลักฐานน่าเป็นที่ประจักษ์เพียงใด ซึ่งอาจประกาศผลได้ก่อนบางส่วน แต่ก็เพิกถอนในภายหลังได้ หรือที่เรียกว่ารับรองไปก่อนแล้วสอยทีหลัง
สำหรับผลคะแนนการเลือกตั้งเบื้องต้นนั้น ทุกพรรคการเมืองและประชาชนมองเห็นตัวผู้ชนะแล้ว ตั้งแต่หลังปิดหีบช่วงค่ำวันเดียวกันว่าพรรคการเมืองใดได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากเป็นอันดับสูงสุดหรือรองลงไป
การจับขั้วทางการเมือง การเจรจาจัดตั้งรัฐบาลได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงดึกหลังปิดหีบแล้ว ตามธรรมเนียมที่ปฏิบัติมา ต้องให้ผู้ที่ชนะการเลือกตั้งเป็นลำดับที่หนึ่งเป็นผู้รวบรวมเสียงให้เกินกึ่งหนึ่ง
เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้ มีหลายพรรคตั้งเงื่อนไขไว้ล่วงหน้าว่าจะไม่จับมือร่วมรัฐบาลกับพรรคใดบ้าง ซึ่งอาจจะเป็นอุปสรรค แต่การเมืองมีคำกล่าวที่เป็นไปได้ในทุกยุคสมัย นั่นคือไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร
ถ้าหากแพ้ชนะกันไม่มากนักและจำเป็นต้องแสวงหาเสียงสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาล เชื่อว่ามีบางพรรคอาจต้องกลืนเลือด ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อเสนอว่าลงตัวและไปด้วยกันได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ถ้าหากพรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งได้เสียงมาเป็นลำดับที่หนึ่ง ไม่สามารถรวบรวมเสียงเกินกึ่งหนึ่งได้ ก็ย่อมเป็นสิทธิ์ของพรรคที่มาเป็นลำดับที่สอง แสวงความร่วมมือกันดำเนินการ เพราะจำนวนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรย่อมเป็นเสียงชี้ขาด
น่ายินดีที่การเลือกตั้งครั้งนี้ มีการจัดทำประชามติว่าเห็นสมควรเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ด้วย เนื่องจากที่ผ่านมา หลายฝ่ายมีความพยายามจะดำเนินการอย่างจริงจัง แต่มีอุปสรรคมากมายจนไม่อาจนำไปสู่เป้าหมายได้เลย
ผลประชามติกรณีนี้ ถ้าผ่านความเห็นชอบด้วยเสียงที่เด็ดขาดถล่มทลายก็จะเป็นแสงสว่างและเปิดประตูสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากกว่าฉบับที่ใช้ขณะนี้
นอกจากนี้ ผลการเลือกตั้งที่ออกมา ยังสามารถพิสูจน์ผลการสำรวจของสำนักโพลต่างๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่ามีความแม่นยำน่าเชื่อถือหรือไม่ และคะแนนที่มุดดินไม่แสดงความเห็นทางออนไลน์มีอยู่จริงปริมาณมากขนาดไหน
อีกทั้งยังสามารถบ่งชี้ได้ด้วยเช่นกันว่าบรรดาพรรคเล็กๆ ยังจะสามารถมีที่ยืนในพื้นที่เลือกตั้งต่อหรือไม่ ครั้งนี้มีถึง 57 พรรค สำหรับพรรคใหญ่ไปต่อได้แน่ๆ แต่พรรคขนาดเล็กคงต้องให้กำลังใจในแง่ที่อาจเป็นพรรคทางเลือก