สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งออกเอกสารประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้
การเลือกตั้งสส.แบบบัญชีรายชื่อ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ 52,933,610 คน ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 37,807,781 คน คิดเป็น 71.42% ในจำนวนนี้ เป็นบัตรดีรวม 35,030,601 ใบ คิดเป็น 92.65% บัตรเสีย 1,669,006 ใบ คิดเป็น 4.41% บัตรไม่เลือกสส.บัญชีรายชื่อพรรคการเมืองใดจำนวน 1,108,051 ใบ คิดเป็น 2.93%
การเลือกตั้งสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 52,933,610 คน ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 37,807,778 คน คิดเป็น 71.42% บัตรดี 34,862,178 ใบ คิดเป็น 92.21% บัตรเสีย 1,337,396 ใบ คิดเป็น 3.54% บัตรไม่เลือกผู้สมัครใด 1,608,174 ใบ คิดเป็น 4.25%
ในครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์สูงกว่า 75% หวังให้แตะระดับ 80-90% เพื่อให้สะท้อนพลังผู้ศรัทธาต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย
ในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้จัดให้มีการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ไปพร้อมๆ กันด้วย อันเป็นการประหยัดงบประมาณการใช้จ่ายสำหรับการบริหารจัดดำเนินการในคราวเดียวกัน
สำหรับตัวเลขผู้มาออกเสียงประชามติในประเด็นดังกล่าว มีผู้มีสิทธิ์ออกเสียงจำนวน 52,933,610 คน และมีผู้มาใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติจำนวนทั้งสิ้น 36,870,302 คน หรือร้อยละ 69.65
แบ่งเป็นให้ความเห็นชอบรวม 21,622,029 เสียง หรือร้อยละ 58.64 และคะแนนไม่เห็นชอบจำนวน 11,231,161 เสียง หรือร้อยละ 30.46 มีผู้ไม่แสดงความคิดเห็น 3,074,442 เสียง คิดเป็นร้อยละ 8.34 โดยมีบัตรเสีย 942,608 ใบ หรือร้อยละ 2.56
ผลจากประชามติครั้งนี้จึงเป็นความชอบธรรมของรัฐสภาในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากประชาชนเพื่อประชาชนจริงๆ ซึ่งหลายฝ่ายจักต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง ผลักดันให้บังเกิดผลประสบความสำเร็จสูงสุดต่อไป
อย่างไรก็ตาม การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการจัดทำประชามติครั้งนี้ ปรากฏว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในหลายประเด็นอย่างกว้างขวางและรุนแรง
ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) เปิดเผยผลสำรวจให้คะแนนการดำเนินการพบว่าสะท้อนภาวะความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งกำลังสั่นคลอน ซึ่งต้องรับฟังและนำไปปรับปรุง
เพราะประชาชนถึง 87.7% มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ค่อยสุจริตเที่ยงธรรมไปจนถึงไม่สุจริตเที่ยงธรรมเลย โดยมีเพียง 12.3% เท่านั้นที่เห็นว่าค่อนข้างสุจริตเที่ยงธรรมและสุจริตเที่ยงธรรมมากที่สุด
ยิ่งขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนักการเมือง บุคคล ช่างภาพสื่อมวลชน รวมถึงผู้อยู่ในแวดวงเทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งภาคประชาสังคมต่างคัดค้านไม่เห็นด้วย จึงต้องตระหนักและทบทวนอย่างรอบด้าน