นายอนุทิน ชาญวีรกูล ประกอบพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่สองเรียบร้อยแล้ว
ท่ามกลางแกนนำพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคร่วมรัฐบาลร่วมพิธีและแสดงความยินดีในโอกาสนี้โดยพร้อมหน้า บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น เป็นมิตร
นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณว่าจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยยึดมั่นผลประโยชน์ของชาติ
เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความวัฒนาสถาพรของประเทศไทย สนองพระราชปณิธานตามพระปฐมบรมราชโองการ และตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
ขั้นตอนต่อจากนี้จะเป็นการจัดวางตัวบุคคลที่เหมาะสม คุณสมบัติพร้อม มีความรู้ความสามารถ ตลอดจนมีวิสัยทัศน์ เพื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมีจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 35 คน
ขณะนี้อยู่ระหว่างเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรีตรวจสอบคุณสมบัติร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อย่างเข้มข้น รอบคอบ คาดว่าจะใช้ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
ตามสัดส่วนนั้น พรรคภูมิใจไทยจะได้รัฐมนตรีรวมทั้งหมด 14 กระทรวง ซึ่งเป็นกระทรวงขนาดใหญ่ มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ต่างประเทศ และสาธารณสุข
ขณะที่พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคใหญ่ลำดับที่สองรองลงมาจะได้รับผิดชอบงานรวมทั้ง 5 กระทรวง ด้านการเกษตรกรรม สังคม การศึกษา แรงงาน และความมั่นคงของมนุษย์
เมื่อได้บุคคลที่เหมาะสมและจัดวางลงในตำแหน่งอย่างลงตัวแล้ว นายกรัฐมนตรีจักได้นำรายชื่อดังกล่าวทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งและเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณในลำดับถัดไป
จากนั้นภายใน 15 วัน คณะรัฐมนตรีจักต้องจัดแถลงนโยบายต่อรัฐสภาอันเป็นการแสดงพิมพ์เขียวว่ารัฐบาลจักบริหารประเทศให้เป็นไปในทิศทางใด มีวิสัยทัศน์ที่จะทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีมีความสุขอย่างไร
สถานการณ์ในขณะนี้เป็นที่ทราบว่าประเทศชาติประสบปัญหาอย่างหนักหน่วงหลายด้านอันเนื่องจากวิกฤตภายในประเทศและผลกระทบจากต่างประเทศ
ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องฉับไว รับมือกับความผันผวนด้านเศรษฐกิจต่างๆ อย่างชาญฉลาด รัฐมนตรีที่รับผิดชอบให้กำกับดูแลหน่วยงานต้องแสดงภาวะผู้นำ ใช้ความรู้ความสามารถสร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์โดยเร็ว