นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จักนำรายชื่อบุคคลที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้วจำนวน 35 คน ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี

ปรากฏว่ามีการเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนสุดท้าย เนื่องจากน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ พรรคเพื่อไทยจึงส่งชื่อนายนิกร โสมกลาง สส.นครราชสีมาเข้าไปทดแทน

ดังนั้น จึงคาดว่ารัฐบาลใหม่สามารถจัดตั้งได้สำเร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ พร้อมบริหารราชการแผ่นดินอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญเป็นอย่างช้าที่สุดภายในต้นเดือนเมษายนนี้

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ขณะนี้มีวิกฤตหลายประการ ที่จำเป็นต้องมีรัฐบาลอำนาจเต็มแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาพลังงาน อันมีน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหลัก

สิ่งที่ภาคประชาชนและประชาสังคมจับตาอย่างมากจากนี้ ได้แก่นโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ว่ามีความโดดเด่นและประกอบด้วยวิสัยทัศน์เพียงพอรับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้นหรือไม่

รัฐบาลใหม่อันมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ จะมีวิธีแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง สร้างความอยู่ดีกินดี สร้างงาน สร้างรายได้ มีหลักประกันในการดำรงชีวิตให้แก่ประชาชนอย่างไรบ้าง

เพราะกระทรวงสำคัญด้านเศรษฐกิจ ล้วนอยู่ในการกำกับดูแลของพรรคแกนนำทั้งสิ้น ยกเว้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่พรรคเพื่อไทยได้รับมอบหมายให้คัดท้ายเรือ

ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีหาเสียงโดยให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำให้คนไทยหายยากจน มีเงินใช้จ่ายอย่างทั่วถึง มากมายถึงขั้นต้องร้องขอว่าพอได้แล้ว ไม่มีที่เก็บแล้ว จากนี้จึงเป็นการพิสูจน์คำพูดดังกล่าว

ที่ผ่านมา ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งช่วงสั้นๆ ประสบความสำเร็จจากการต่อยอดนโยบายคนละครึ่ง ซึ่งใช้เงินไปจำนวนมาก และสัญญาว่าจะนำกลับมาดำเนินการต่อ

จึงต้องรอดูว่าจะไปต่ออย่างไร วิธีการใด จะพลัสให้เฉพาะกลุ่มที่ตกหล่นก่อนยุบสภา หรือจะขยายเพิ่มไปให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งคาดว่าต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล

ขณะที่มาตรการการปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกประเภทในช่วงเวลาเพียง 2 สัปดาห์ โดยเพิ่มอีกลิตรละ 8-10 บาทนั้น ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกหวาดผวาหวั่นใจว่าอาจไม่ใช่แต่เพียงเท่านี้

วิกฤตราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบถึงเศรษฐกิจแยกย่อยไปทั้งองคาพยพแบบห่วงโซ่ สร้างความทุกข์ยากลำบากต่อการดำรงชีวิตประชาชนไปทั่วประเทศขณะนี้ รัฐบาลจักต้องแสดงศักยภาพว่าสามารถแก้ปัญหาได้โดยเร็วที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน