กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กว้างขวาง กรณีหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ มีคำสั่งย้ายผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจังหวัดตราด
คำสั่งย้ายสร้างความแปลกใจให้แก่ผู้ที่ติดตามสถานการณ์สู้รบ และความตึงเครียดชายแดนแดนไทย-กัมพูชา โดยมองว่าผู้บังคับหน่วยคนดังกล่าว เป็นหนึ่งในคนสำคัญที่นำหน่วยทหารยึดคืนแผ่นดินไทยที่ถูกรุกล้ำกลับคืนมา
โดยเฉพาะพื้นที่บ้านสามหลัง หรือกาสิโนทมอดา ชายแดน จ.ตราด จนกระทั่งปรากฏเป็นคลิปวิดีโอเผยแพร่ไปทั่ว ที่ผู้บังคับหน่วย รวมถึงผู้กอง และนักเคลื่อนไหวทางสังคมเผชิญหน้ากับนายทหารระดับนายพลของกัมพูชา พร้อมกับวาทกรรมขึงขังดุดัน
จากเหตุการณ์ในคลิป มีทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หลากหลายมุมมอง และเกี่ยวข้องกับคำสั่งย้ายหรือไม่
กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ออกมาชี้แจงว่าการย้ายเป็นไปตามวงรอบการแต่งตั้งโยกย้ายกำลังพลของกองทัพเรือ เป็นการปรับย้ายปกติ ไม่ได้เป็นกรณีพิเศษแต่อย่างใด
โดยผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาถึงความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ที่เคยปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงพื้นที่ชายแดนจันทบุรี-ตราด เช่น บริเวณบ้านสามหลัง และพื้นที่ทมอดา ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ
จึงเห็นควรให้นำศักยภาพดังกล่าว ไปเสริมการทำงานในหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิด ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลักด้านข้อมูลและเทคนิคของกองทัพเรือ และมีบทบาทสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ
เป็นคำชี้แจงจากกองทัพเรือ ถึงการปรับย้ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่ภาคอีสานตอนใต้จนถึงสุดภาคตะวันออก แม้ปัจจุบันอยู่ในช่วงหยุดยิง แต่โดยรวมก็ยังมีความตึงเครียด ทั้ง 2 ฝ่ายยังคงตรึงกำลังเฝ้าระวัง
จากการสู้รบหนัก 2 ครั้งที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าเกิดความสูญเสียทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นกำลังพลทหาร ตลอดจนความเดือดร้อนของประชาชน และเศรษฐกิจการขนส่งและค้าขายระหว่างกัน
เชื่อว่าทั้งไทยและกัมพูชาต่างก็ตระหนักถึงความสูญเสียนี้เป็นอย่างดี ต่างฝ่ายก็ต้องการสันติภาพ และความสงบสุขชายแดน ลดการเผชิญหน้าและการแสดงท่าทียั่วยุ
กรณีที่ปรากฏเป็นคลิปและวาทกรรมดุดันขึงขังนั้น แม้กองทัพยืนยันไม่เกี่ยวกับคำสั่งย้าย แต่ในมุมมองของสังคมอย่างมีสติ รู้สึกไม่สบายใจ และไม่ควรเกิดขึ้นอีก