สงครามความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบลุกลามมาถึงปากท้องของประชาชนคนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ราคาพลังงานที่พุ่งสูงเป็นแรงกดดันสำคัญต่อค่าครองชีพ และเป็นบททดสอบสำคัญต่อศักยภาพในการบริหารจัดการวิกฤตของรัฐบาล
ผลสำรวจล่าสุดของ KPI Poll สถาบันพระปกเกล้า จากประชาชนกลุ่มตัวอย่าง 2,000 คน สะท้อน “เสียงในหัวประชาชน” ได้อย่างชัดเจน
ตัวเลขร้อยละ 82.1 ของผู้ตอบแบบสำรวจ “ไม่ค่อยเชื่อมั่นถึงไม่เชื่อมั่นเลย” ว่ารัฐบาลจะสามารถรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจได้หากสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ เป็นสัญญาณเตือนดังชัด
ประชาชนจำนวนมากกำลังตั้งคำถามต่อความพร้อม ความชัดเจนและประสิทธิภาพของมาตรการรัฐ ขณะที่มีเพียงร้อยละ 12.8 เท่านั้นที่ยังมีความเชื่อมั่น
ตัวเลขผลสำรวจนี้สะท้อนถึงความกังวลของประชาชนที่ต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานที่กระทบทั้งการเดินทาง การผลิต และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่มาตรการของรัฐยังไม่สามารถสร้างความอุ่นใจได้เพียงพอ
อย่างไรก็ตาม เสียงในหัวประชาชนไม่ได้เรียกร้องนโยบายแบบสุดโต่ง แต่บ่งบอกถึงความเข้าใจต่อความซับซ้อนของปัญหา
โดยส่วนใหญ่เลือกทางสายกลาง ร้อยละ 39 สนับสนุนให้รัฐใช้มาตรการผสมคือ ตรึงราคาพลังงานในระยะสั้นเพื่อบรรเทาภาระคนส่วนใหญ่ ควบคู่กับการปล่อยให้ราคาสะท้อนต้นทุนจริงในระยะยาว และใช้งบประมาณช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนัก
แสดงถึงความเป็นเหตุเป็นผลของประชาชนที่ไม่ได้ต้องการแค่การอุดหนุนแบบถ้วนหน้า แต่ต้องการความสมดุลระหว่างการรักษาระบบ กับการช่วยเหลือกลุ่มผู้เปราะบางอย่างมีเป้าหมาย
ที่สำคัญประชาชนจำนวนมากเปิดทางให้รัฐบาลใช้งบประมาณเพื่อบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น ทั้งยังยอมรับได้หากรัฐบาลจะปรับลดงบประมาณจากนโยบายอื่นเพื่อรักษาเสถียรภาพค่าครองชีพในช่วงวิกฤต
นี่คือสัญญาณว่าประชาชนยังคงคาดหวังบทบาทของรัฐ เพียงแต่ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม บทสรุปจากผลสำรวจโพลจึงชัดเจนว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การขาดมาตรการเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การขาดความเชื่อมั่น
รัฐบาลจึงต้องเร่งสื่อสารแผนรับมืออย่างชัดเจน โปร่งใส มีกรอบเวลาที่แน่นอน พร้อมออกแบบนโยบายให้ยืดหยุ่นและตรงจุด โดยเฉพาะการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ควบคู่กับการดูแลภาพรวมเศรษฐกิจ
ในยามที่ความไม่แน่นอนกำลังกดดันต้นทุนชีวิตประจำวัน สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดคือความมั่นใจว่ารัฐบาลสามารถเป็นที่พึ่งได้จริง ไม่ใช่แค่ในนโยบายที่แถลง แต่ในผลลัพธ์ที่สัมผัสได้จริง