ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงผลสรุป 7 วันอันตราย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10-16 เมษายน โดยปีนี้รณรงค์ให้ประชาชน “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ”
หลังจากครบ 7 วันอันตราย มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นรวมทั้งสิ้น 1,242 ครั้ง ผู้ได้รับบาดเจ็บ 1,200 ราย เสียชีวิต 242 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ แพร่ จำนวน 48 ครั้ง
จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ แพร่ จำนวน 50 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จำนวน 21 ราย สาเหตุจากขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด ดื่มสุราแล้วขับ และขับตัดหน้ากระชั้นชิด
ส่วนจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือตายเป็นศูนย์ มีทั้งหมด 10 จังหวัด ได้แก่ นครพนม บึงกาฬ ปัตตานี พังงา ระยอง สตูล สมุทรสงคราม สิงห์บุรี หนองบัวลำภูและแม่ฮ่องสอน
อุบัติเหตุทางถนนดังกล่าว เทียบกับค่าเป้าหมายของตัวชี้วัดของแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลและช่วงวันหยุด พ.ศ.2569 ที่กำหนดไว้คือลดลงไม่น้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์
สถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง โดยผลการดำเนินงานภาพรวม พบว่าจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุลดลง ร้อยละ 35.59 จำนวนผู้บาดเจ็บลดลง ร้อยละ 37.53 จำนวนผู้เสียชีวิตลดลง ร้อยละ 9.70
จากนี้ไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจักได้ถอดบทเรียนการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลต่างๆ เพื่อนำไปกำหนดแนวทางและมาตรการแก้ไขปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อไป
อย่างไรก็ตาม ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนตลอดจนหน่วยงานภาคีเครือข่าย ยืนยันว่าจะยังคงขับเคลื่อนงานด้านป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปลอดภัยในการสัญจรเดินทางให้จงได้
ด้านกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม โดยสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ที่บูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนดำเนินงานช่วงควบคุมเข้มข้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 นั้น
พบว่ายอดคดีสะสมตลอด 7 วัน มีจำนวนทั้งสิ้น 6,180 คดี ขับรถขณะเมาสุรา 5,806 คดี คิดเป็นร้อยละ 93.95 ขับรถขณะเสพยาเสพติด 366 คดี คิดเป็นร้อยละ 5.92 คดีขับรถประมาท 5 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.08 และคดีขับซิ่ง 3 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.05
เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 ซึ่งมีคดีขับรถขณะเมาสุราจำนวน 6,100 คดี พบว่าปี 2569 มีจำนวน 5,806 คดี ลดลงจำนวน 294 คดี คิดเป็นร้อยละ 4.82 ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดี
ทั้งนี้ จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่ จำนวน 757 คดี สมุทรปราการ จำนวน 495 คดี และกรุงเทพมหานคร จำนวน 351 คดี โดยจะต้องดำเนินการตรวจสอบประวัติผู้กระทำผิดอย่างละเอียด เพื่อมิให้สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดซ้ำอีก