ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดกำลังยืนอยู่บนเส้นตายทางการเมือง การตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 5 พ.ค.นี้ ไม่ใช่แค่กระบวนการทางกฎหมาย

แต่เป็นตัวชี้วัดความจริงจังของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ต่อการแก้ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ที่สังคมไทยเรียกร้องมาอย่างยาวนาน

ภาพเครือข่ายภาคประชาชนที่เดินทางไปยื่นหนังสือต่อรัฐสภา สะท้อนแรงกดดันจากคนระดับฐานราก เสียงเรียกร้อง “ไม่เอาฉบับฟอกเขียว” คือความไม่ไว้วางใจต่อกระบวนการนโยบายที่อาจสร้างเพียงภาพลักษณ์ โดยปราศจากเนื้อหาที่แก้ปัญหาได้จริง

ในขณะที่ปัญหาฝุ่นไม่ได้เป็นแค่เรื่องมลพิษทางอากาศ แต่เป็นปัญหาเชื่อมโยงกับการจัดการทรัพยากร การเกษตร อุตสาหกรรม และความร่วมมือข้ามพรมแดน

การยืนยันจากฝ่ายรัฐบาล โดยคณะกรรมาธิการและวิปรัฐบาล ว่าจะสามารถนำร่างกฎหมายกลับเข้าสู่สภาได้ทันวันที่ 12 พ.ค. ถือเป็นสัญญาณบวก แต่ยังไม่เพียงพอให้สังคมเชื่อมั่น

เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาปัญหาฝุ่น PM 2.5 ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับการตั้งคณะทำงานหลายชุด แต่กลับวนลูปอยู่กับมาตรการแก้ไขปลายเหตุ

ฝ่ายค้านแสดงท่าทีพร้อมสนับสนุน หากรัฐบาลมีมติเดินหน้าร่างกฎหมาย บ่งบอกว่า อากาศสะอาดไม่ได้เป็นเกมการเมือง แต่เป็นวาระแห่งชาติ ที่ทุกฝ่ายตระหนักถึงความจำเป็น อย่างไรก็ตาม เสียงเรียกร้องของภาคประชาชนจะไร้ความหมายทันที หากฝ่ายบริหารไม่สามารถผ่านด่านมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 5 พ.ค.นี้

สาระสำคัญของร่างกฎหมาย คือเครื่องมือป้องกันและลดต้นตอของปัญหา ตั้งแต่ควบคุมการเผา การจัดสรรงบประมาณ ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีใหม่ แต่ถ้าไร้กลไกบังคับใช้ ก็ไม่ต่างจากการสร้างความหวังลวงให้สังคม

ที่สำคัญ การปล่อยให้ร่างกฎหมายตกไปเพราะความล่าช้าในขั้นตอนฝ่ายบริหาร จะทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเมือง เพราะร่างฉบับนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นผลจากการผลักดันร่วมกันของหลายภาคส่วน รวมถึงประชาชนกว่า 26,500 รายชื่อ

แม้ผู้นำรัฐบาลเคยยืนยันถึงความจำเป็นของกฎหมายอากาศสะอาด ในฐานะสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน แต่ตราบใดที่ยังไม่เห็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สังคมก็ยังไม่อาจวางใจได้

การตัดสินใจในวันที่ 5 พ.ค.นี้ จะเป็นบทพิสูจน์รัฐบาลจะเลือกยืนอยู่ข้างสุขภาพประชาชน หรือจะทำลายโอกาสสำคัญอีกครั้ง หากร่างกฎหมายนี้ไม่ได้ไปต่อ ก็ไม่ต่างจากการทิ้งงานที่หลายฝ่ายร่วมกันผลักดันมานานหลายปี โยนทิ้งความหวังของประชาชน

สังคมจึงเฝ้าจับตาใกล้ชิด และหวังว่ารัฐบาลจะไม่เลือกเส้นทางเช่นนั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน