กรณีรัฐบาลอนุทินยืนยันคนไทยจะได้ดูฟุตบอลโลก 2026 ฟรี โดยให้กรมประชาสัมพันธ์ประสานร่วมมือกับกสทช. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน โดยยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเรื่องงบประมาณและรูปแบบดำเนินการ
กำลังเป็นอีกประเด็นการเมืองถูกจับตา เพราะแม้จะเป็นการเอาใจคอบอล แต่ก็ก่อให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสการใช้เงินกองทุนและการสร้างคะแนนนิยมทางการเมือง
รัฐบาลย้ำหนักแน่นว่าต้องได้ดูฟรี และไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน หรืองบกลาง ในการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก แต่ก็ไม่บอกชัดว่าเงินจะมาจากแหล่งใด ใครจะเป็นผู้รับภาระ
ภายใต้ความคลุมเครือนี้ ฝ่ายค้านกังวลว่าประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอยฟุตบอลโลก 2022 ที่สุดท้ายต้องอาศัยเงินจากหลายกองทุน ทั้งกองทุน กทปส. กองทุนพัฒนากีฬา และภาคเอกชนร่วมลงขัน จนนำมาสู่ข้อครหาว่าเป็นการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์หรือไม่
ข้อโต้แย้งของฝ่ายค้านน่ารับฟัง เพราะกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. ภายใต้สำนักงาน กสทช.
เดิมตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงสื่อของกลุ่มเปราะบาง ไม่ใช่เพื่อให้คนทั้งประเทศดูบอลฟรี ส่วนกองทุนพัฒนากีฬาของ กกท. ก็ควรใช้กับการพัฒนาศักยภาพกีฬาไทยโดยตรง มากกว่าจะนำไปซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก
ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบันกฎ Must Have ของ กสทช. ก็ไม่ได้บังคับให้ฟุตบอลโลก ต้องถ่ายทอดสดฟรีเหมือนในอดีตอีกแล้ว รัฐบาลจึงไม่จำเป็นต้องทำ
แต่หากรัฐบาลเลือกที่จะทำ ก็ต้องเผชิญกับคำถามที่ว่า เป็นนโยบายเพื่อประโยชน์สาธารณะจริง หรือเพื่อสร้างภาพลักษณ์เรียกคะแนนนิยมทางการเมือง
ฟุตบอลโลกเป็นมหกรรมกีฬาที่เข้าถึงผู้คนจำนวนมาก รัฐบาลย่อมเล็งเห็นผล หากทำให้ประชาชนได้ดูฟรีก็ถือเป็นผลงานที่จับต้องได้ทันที
แต่ปัญหาสำคัญคือ ยิ่งรัฐบาลรีบประกาศว่าคนไทยต้องได้ดูฟรี ก่อนลงลึกในแผนงานรายละเอียดทั้งหมด ก็ยิ่งทำให้เกิดแรงกดดันในการเจรจากับภาคเอกชนและเจ้าของลิขสิทธิ์ เพราะทุกฝ่ายย่อมรู้ว่า รัฐบาลถอยไม่ได้แล้ว
ท้ายที่สุดเรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอล แต่เป็นบททดสอบรัฐบาลว่าจะทำให้คนไทยได้ดูบอลโลกฟรี โดยไม่ถูกตั้งข้อครหาเรื่องการใช้งบผิดวัตถุประสงค์ หรือใช้กลไกรัฐเพื่อสร้างคะแนนนิยมทางการเมืองได้หรือไม่ อย่างไร
สังคมคอบอลคงต้องจับตาติดตามต่อไป โดยคาดหวังว่ารัฐบาลจะเลือกใช้วิธีเพื่อทำให้คำประกาศ “คนไทยได้ดูบอลโลกฟรี” เกิดขึ้นจริง โดยไม่กลายเป็นดราม่าซ้ำรอยเหมือนที่ผ่านมา