ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวน 8 ฉบับ ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นมา
สาระสำคัญเป็นการกำหนดสถานที่และบริเวณห้ามขายหรือห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดทั่วประเทศ โดยเป็นการปรับปรุงให้มีรายละเอียดเพิ่มจากกฎหมายเดิมเมื่อปีพ.ศ.2551
เพื่อให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยกำหนดพื้นที่ห้ามขายและห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท ครอบคลุมทั้งสถานที่และบริเวณต่างๆ ที่กำหนดรวม 8 บริเวณด้วยกัน
ผู้ที่ฝ่าฝืนอาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ซึ่งมีบทกำหนดโทษตั้งแต่สถานเบาจนถึงสถานหนัก มีปรับและจำคุก หรือทั้งจำทั้งปรับ เพราะฉะนั้นพึงอย่าละเมิดไม่ปฏิบัติตาม
ที่น่าสนใจและสมควรตระหนักรู้ ได้แก่ ข้อห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทางหรือบนรถ หรือในรถที่อยู่บนทาง และห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทาง ในขณะขับขี่ หรือในขณะโดยสารอยู่ในรถหรือบนรถทั้งสิ้น
ห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณท่าเรือโดยสารสาธารณะ หรือบนเรือโดยสารสาธารณะทุกประเภท เพื่อเป็นหลักในการสร้างความปลอดภัยในการเดินทางทางน้ำ
ห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสวนสาธารณะของรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่จัดไว้เพื่อการพักผ่อนของประชาชนโดยทั่วไป
ห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณสถานีรถไฟ หรือในขบวนรถที่อยู่บนทางรถไฟ ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้สำหรับการจัดกิจกรรมพิเศษในโถงสถานีกรุงเทพฯ ตามที่ได้รับอนุญาต
อย่างไรก็ตาม กฎหมายควบคุมการขายและการดื่มแอลกอฮอล์ในวัดหรือสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนานั้นยังคงมีอยู่และมีผลบังคับใช้ตลอดเวลา ซึ่งต้องตระหนักรู้ไว้เช่นเดียวกัน
คือห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัดหรือสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา และห้ามมิให้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัดหรือสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา เว้นแต่เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมนั้นๆ
กรณีนี้มีบทกำหนดโทษแก่ผู้ฝ่าฝืนไว้ด้วย คือต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
จึงต้องระมัดระวังมิให้ฝ่าฝืนกระทำความผิด ซึ่งสอดคล้องกับหลักเบญจศีลข้อที่ 5 งดเว้นจากการดื่มสุรา เมรัย และสารเสพติดทุกชนิด ที่เป็นเหตุให้ขาดสติและเกิดความประมาท โดยต้องเข้มงวดกวดขันบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้เป็นสถานที่ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง