นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยสส. เข้ายื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ฉบับของพรรคภูมิใจไทย ต่อประธานรัฐสภา
โดยหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยระบุว่า เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพรรค ที่มุ่งเน้นรับฟังเสียง และความต้องการของประชาชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
สืบเนื่องมาจากผลการออกเสียงประชามติ ที่ประชาชนมีความประสงค์ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยจึงตอบสนองความต้องการของประชาชน และเป็นพรรคแรกที่ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นายกฯ ยืนยันได้แสดงท่าทีชัดเจนแล้ว ไม่ได้เป็นไปตามที่ถูกกล่าวหาว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีความตั้งใจ และจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคภูมิใจไทยนั้นมี เนื้อหาหลักๆ อาทิ ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มีสมาชิก 100 คน มาจากผู้เชี่ยวชาญ 23 คน จากการสมัครทั่วประเทศ 77 คน และสำรองอีก 300 คน
ส่วนการลงมติในวาระที่ 3 เพื่อเห็นชอบรัฐธรรมนูญ ที่ต้องใช้เสียงสว. 1 ใน 3 นั้น เสนอให้ปรับเหลือ 1 ใน 4 เพื่อให้เกิดการประนีประนอม โดยยืนยันไม่แตะหมวด 1 ที่เกี่ยวกับรูปแบบการปกครอง และหมวด 2 พระมหากษัตริย์
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรคประชาชน แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ยืนยันจะยื่นร่างประกบเช่นกัน ไม่เกินสัปดาห์หน้า โดยเน้น 3 หลักการสำคัญ คือส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด
ป้องกันไม่ให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ ถูกผูกขาด หรือกินรวบจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และไม่เพิ่มสิทธิพิเศษ หรือให้อำนาจสว.กำหนดเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ
การแก้ไขและจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครั้งนี้ ต้องไปเริ่มต้นใหม่ หลังกระบวนการในรัฐสภาชุดที่แล้ว แม้ผ่านในวาระที่ 1 รับหลักการ แต่ต้องมาประสบปัญหาระหว่างการพิจารณาวาระที่ 2 ชั้นกรรมาธิการ (กมธ.)
โดยกมธ.เสียงข้างมากต้องการให้ปลดเงื่อนไข ที่ต้องมีสว.เห็นชอบด้วย 1 ใน 3 ของจำนวนสว.ทั้งหมด เปลี่ยนเป็นใช้คะแนนเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้ง 2 สภา ทำให้สว.ไม่พอใจ จนกระทั่งนำไปสู่การยุบสภา และเลือกตั้ง
ดังนั้น การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะสำเร็จหรือไม่ จำนวนเสียงเห็นชอบของสว.จึงเป็นปัจจัยสำคัญ ขณะเดียวกันก็เป็นที่รับทราบกันโดยทั่ว ถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรรคภูมิใจไทย แกนนำรัฐบาล กับสว.เสียงส่วนใหญ่
ฉะนั้น การที่นายกฯ นำพรรคภูมิใจไทยเข้ายื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นพรรคแรก จึงหวังว่าจะจริงใจและตั้งใจจริงที่จะผลักดันให้การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่สำเร็จ