คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการไทยช่วยไทยพลัส มาตรการลดภาระค่าครองชีพปี 2569 กรอบวงเงินไม่เกิน 175,718.66 ล้านบาท ภายใต้วงเงินกู้ 200,000 ล้านบาท
เปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตังตั้งแต่วันที่ 25-29 พฤษภาคมนี้ ระหว่างเวลา 06.00-22.00 น. เพื่อรับสิทธิ์วงเงินรวม 4,000 บาท แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน
โครงการนี้ครอบคลุมประชาชนทั่วไปจำนวน 30 ล้านคน ในรูปแบบรัฐบาลช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่ายเอง 40% หมายความว่ารัฐออกให้ร้อยละ 60 ประชาชนเติมเองร้อยละ 40 จึงจะใช้สิทธิ์นี้ได้
เมื่อลงทะเบียนและยืนยันตัวตนสำเร็จเรียบร้อยแล้ว จะเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน ในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น จำกัดวงเงินที่รัฐจ่ายให้สูงสุดวันละ 200 บาท
สําหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกจำนวน 13.18 ล้านคน จะได้รับเงินเพิ่มจากสิทธิ์เดิมโดยอัตโนมัติ รวมเป็นเดือนละ 1,000 บาท ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายนเช่นเดียวกัน
แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ “1 คน ได้เพียง 1 สิทธิ์” ใช้ซ้ำซ้อนกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ได้ และวงเงินที่ใช้ไม่หมดภายในเดือนนั้นๆ จะไม่สามารถทบไปเดือนถัดไปได้
ทั้งนี้ เพื่อช่วยประชาชนและผู้ประกอบการรายเล็กให้สามารถรับมือกับวิกฤตค่าครองชีพที่กำลังส่งผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น สู่ต้นทุนสินค้าและบริการที่แพงขึ้น
อีกทั้งเพื่อไม่ให้ลุกลามไปสู่ภาวะกำลังซื้อหดตัวหากไม่เร่งดูแลอย่างทันท่วงที จึงออกแบบมาเพื่อประคับประคองทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบผ่านกลุ่มเป้าหมายทั้ง 2 กลุ่มนี้
นอกจากนี้ ยังช่วยร้านค้ารายเล็กรายน้อยทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตต้นทุนที่สูงขึ้น ช่วยต่อลมหายใจให้ธุรกิจเดินต่อได้ พร้อมทั้งเรียนรู้การค้าขายด้วยระบบดิจิทัล และ AI
ผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสมาแล้วสามารถยืนยันสิทธิ์เพื่อเข้าร่วมผ่าน แอปพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม ถึง 30 กันยายน
ส่วนผู้ประกอบการที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมผ่านสาขาของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม
โครงการนี้ต่อยอดจากรัฐบาลก่อนๆ ถือเป็นมาตรการระยะสั้นเพื่อช่วยเหลือเฉพาะหน้า ดังนั้นจึงต้องมีนโยบายระยะอื่นๆ ตามมา เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ยั่งยืน พึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง