กรณีโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัดอีก 2 ราย หลังเกิดความขัดแย้งภายในฝ่ายปกครองจังหวัด และข้อครหามีคนบางกลุ่มอ้างอิทธิพลเหนือระบบราชการ
ถึงขั้นกล่าวอ้างสามารถโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดได้ ถือเป็นเหตุการณ์สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั้งกระทรวงมหาดไทย
แม้กระทรวงมหาดไทยจะชี้แจงว่าเป็นการโยกย้ายเพื่อประโยชน์ของทางราชการ แต่จังหวะเวลาและความต่อเนื่องของเหตุการณ์ ตั้งแต่การแสดงความไม่พอใจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในที่ประชุมผู้บริหารระดับสูง ไปจนถึงคำสั่งโยกย้ายที่ออกตามมาอย่างรวดเร็ว
จึงเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่ชัดเจนว่า รัฐบาลกำลังเอาจริงต่อปัญหาผู้มีอิทธิพลและเครือข่ายผลประโยชน์ที่ฝังรากในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ
ภูเก็ตเป็นพื้นที่เศรษฐกิจระดับชาติ มีมูลค่าการลงทุนสูง มีธุรกิจท่องเที่ยวขนาดใหญ่ และมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับกลุ่มทุนสีเทา การถือครองธุรกิจผ่านนอมินี การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ รวมถึงปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนที่สะสมมาเป็นเวลานาน
จึงไม่แปลกที่รัฐบาลจะเลือกใช้มาตรการเข้มข้นเพื่อจัดระเบียบพื้นที่
นอกจากแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อหน้าข้าราชการทั่วประเทศ นายกฯ ยังย้ำหลักการสำคัญว่า “ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย” ไม่มีใครมีอำนาจเหนือระบบราชการ และไม่มีผู้มีอิทธิพลคนใดสามารถกำหนดชะตากรรมของข้าราชการได้ตามอำเภอใจ ท่าทีดังกล่าวช่วยเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนสู่ระบบราชการ
ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติเห็นว่าฝ่ายการเมืองพร้อมสนับสนุนการทำงานอย่างตรงไปตรงมา และพร้อมจัดการปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการบังคับใช้กฎหมาย
ถึงกระนั้นความเด็ดขาดในการใช้อำนาจตามกฎหมาย ต้องอยู่บนมาตรฐานเดียวกันทุกกรณี ไม่ใช่เฉพาะกับข้าราชการจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งหรือเฉพาะกับบุคคลที่ตกเป็นข่าวเท่านั้น
หากนายกฯ ต้องการสร้างบรรทัดฐานใหม่จริง ควรขยายความเข้มข้นจาก “ภูเก็ตโมเดล” ไปสู่การแก้ปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินในทุกมิติ ทั้งการตรวจสอบผู้มีอิทธิพล นักธุรกิจสีเทา ข้าราชการที่ใช้อำนาจมิชอบ นักการเมืองทุกระดับ หรือบุคคลใกล้ชิดกับฝ่ายอำนาจ
จากนี้ไปสังคมต้องร่วมกันจับตาตรวจสอบว่า หลักการ “ไม่มีใครใหญ่กว่ากฎหมาย” จะถูกนำไปใช้กับทุกฝ่ายอย่างเสมอภาคโดยไม่มีการเมืองแอบแฝงได้จริงหรือไม่
เพราะหลักนิติรัฐจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเลือกใช้เป็นรายกรณี แต่จะเกิดขึ้นได้จริงต่อเมื่อรัฐบาลบังคับใช้กฎหมายกับคนทุกระดับอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าข้าราชการ นักการเมือง หรือคนในฝ่ายอำนาจเดียวกัน