คดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เข้าสู่จุดสำคัญทางคดี เพื่อที่จะนำไปสู่การดำเนินคดีกลุ่มคนบงการอยู่เบื้องหลัง
ล่าสุดศาลจังหวัดนราธิวาสสืบพยานล่วงหน้า ตามที่ฝ่ายผู้เสียหายใช้สิทธิ์ร้องขอ โดยเฉพาะข้อมูลการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ เนื่องจากฝ่ายผู้เสียหายเกรงว่าหลักฐานสัญญาณโทรศัพท์จะสูญหาย
ต่อมาศาลพิจารณาแล้ว มีคำสั่งออกหมายเรียกข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งเป็นของกลุ่มผู้ต้องหา จาก 3 บริษัทใหญ่ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่
ฝ่ายผู้เสียหายมั่นใจว่า ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของกลุ่มผู้ต้องหา จะสาวไปถึงกลุ่มคนบงการสั่งยิง
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อดีตประธานรัฐสภา ที่ร่วมไปติดตามการสืบพยานล่วงหน้า ระบุว่าคดีนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของนายกมลศักดิ์ แต่เป็นคดีสำคัญของประชาชนทั่วประเทศ
เนื่องจากการที่สส.ถูกลอบยิงแล้วจับผู้บงการไม่ได้ จะทำให้ความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมหมดไป ซึ่งขณะนี้คดีคืบหน้าไปกว่าครึ่ง ยึดรถและปืนที่ใช้ก่อเหตุ โดยพบว่าเป็นของทางราชการ รวมถึงจับกุมกลุ่มผู้ลงมือ และผู้เกี่ยวข้องได้ 7 คน
ที่ปรึกษานายกฯ ย้ำว่าผู้ต้องหาทั้ง 7 คนนั้น นายกมลศักดิ์ไม่เคยรู้จักมาก่อน จึงเชื่อมั่นว่าต้องมีผู้บงการ ผู้ใช้ ผู้จ้างวานแน่นอน โดยเฉพาะการตรวจค้นข้อมูลโทรศัพท์ จะทำให้เห็นเค้าลางของผู้บงการตัวจริง
อีกประการสำคัญ ที่ปรึกษานายกฯ ยังระบุว่า นายกฯ ได้พูดคุยกับตนและนายกมลศักดิ์โดยตรงว่า ให้ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ตรงไปตรงมา
คดียิงนายกมลศักดิ์ ในชั้นนี้มีผู้ต้องหา 7 คน แบ่งเป็นกลุ่มแรก 5 คน ประกอบด้วย คนทำหน้าที่มือปืน คนประสานงาน จัดเตรียมแผน ชี้เป้า คนทำหน้าที่ขับรถ และเจ้าของอู่ ทำหน้าที่อำพรางและแยกชิ้นส่วนรถ
ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน คือนายทหารเรือ ยศนาวาเอก สังกัดกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จ.นราธิวาส และนายทหารเรือ ยศนาวาตรี สังกัดหน่วยนาวิกโยธิน
คณะทำงานติดตามคดี เชื่อมั่นว่าข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของกลุ่มผู้ต้องหา จะสาวไปถึงคนบงการ และหลังจากนี้ทั้งอัยการและพนักงานสอบสวน จะสอบปากคำพยาน ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่
หวังว่าผู้เกี่ยวข้องในการทำคดี จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ และตรงไปตรงมา ตามที่นายกฯ เน้นย้ำ