พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายนถึงวันที่ 2 กรกฎาคม ตามคำทูลเชิญของนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส
พระราชกรณียกิจครั้งนี้ จึงเป็นการจารึกประวัติศาสตร์ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการวาระที่ 3 ของพระมหากษัตริย์ไทยแห่งบรมราชจักรีวงศ์และในรัตนโกสินทรสมัย
ครั้งแรก รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพ.ศ.2440 และครั้งที่ 2 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อพ.ศ. 2503 ซึ่งมีความสำคัญด้านการเจริญไมตรี
ครั้งนี้ เป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนในรอบ 340 ปี นับแต่ราชอาณาจักรไทยเริ่มติดต่อความสัมพันธ์กับฝรั่งเศสเมื่อพ.ศ.2228 และในโอกาสครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่าง 2 ชาติ
พระราชกรณียกิจครั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จและโดยเสด็จไปยังที่หมายต่างๆ ณ กรุงปารีสด้วย
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ณ อนุสรณ์สถานโอแตล เด แซ็งวาลิด กรุงปารีส ซึ่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส และภริยา รอเฝ้าฯ รับเสด็จ
เมื่อเสร็จสิ้นพิธี ทรงพระราชปฏิสันถารกับประธานาธิบดีและภริยา ณ ทำเนียบประธานาธิบดี และช่วงค่ำ ประธานาธิบดีและภริยา ถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบประธานาธิบดี
ในวันที่สาม เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์ประตูชัย จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังศาลาว่าการกรุงปารีส โดยนายกเทศมนตรีมหานครปารีสเฝ้าฯ รับเสด็จและถวายรายงาน
ในช่วงบ่าย เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง กรุงปารีส ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
วันสุดท้าย เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมืองตูลูส เพื่อทอดพระเนตรการดำเนินงานของบริษัทแอร์บัส และทอดพระเนตรขั้นตอนการประกอบเครื่องบิน จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์ฝึกนักบิน และทรงทำการบินด้วยเครื่องจำลองการบินเสมือน
พระราชกรณียกิจเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสครั้งนี้ จึงเป็นการสืบสานและต่อยอดสัมพันธไมตรีที่มั่นคงและยาวนานระหว่างทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
อีกทั้งผสานความร่วมมือที่ครอบคลุมรอบด้าน ทั้งมิติเศรษฐกิจ การศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปวัฒนธรรม อันเป็นสะพานที่เชื่อมมิตรภาพสองประเทศให้มั่นคงและงดงามอย่างยั่งยืน