สถานการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลับมาร้อนระอุ และเกิดเหตุถี่ขึ้นในห้วงนี้ เริ่มจากคนร้ายวางระเบิดที่อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ทำให้ประชาชนและเด็กได้รับบาดเจ็บ
ต่อมามีเหตุดักยิงทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐเสียชีวิตที่อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ส่วนที่จ.ยะลา มีกลุ่มคนร้ายแต่งกายคล้ายชุดทหารบุกเผาวางเพลิงที่อ.บันนังสตา
จากนั้นกลางดึกวันที่ 28 มิ.ย. กลุ่มคนร้ายบุกปั๊มน้ำมันพีที 3 แห่งรวด ที่อ.เมือง จ.ยะลา, อ.สายบุรี และอ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ยิงปืนขู่ไล่พนักงานปั๊ม ก่อนวางระเบิดและวางเพลิงเสียหาย
ล่าสุดวันที่ 29 มิ.ย. เกิดเหตุวางระเบิดท่อลอดถนนที่อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
จากเหตุการณ์ทั้งหลายดังกล่าว ทำให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง และแม่ทัพภาคที่ 4 รุดเดินทางไปตรวจสถานการณ์ในพื้นที่
พร้อมสั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งเร่งติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด และขอความร่วมมือประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส
สำหรับเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน 3 แห่งนั้น เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบ เนื่องจากวิธีการปฏิบัติคล้ายกับปั๊มน้ำมันอื่นๆ ที่เคยเกิดเหตุก่อนหน้านี้
เหตุความรุนแรง และความไม่สงบที่เกิดขึ้นถี่ในห้วงนี้ แสดงถึงการเจรจาพูดคุยดับไฟใต้ของรัฐบาล ที่ไม่รุดหน้าหรือไม่
นอกจากสถานการณ์แล้ว ยังมีอีกเหตุแทรกซ้อน คือคดียิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และความยุติธรรมในพื้นที่
จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่รัฐบาลจะต้องอำนวยความยุติธรรม เพื่อให้ดำเนินคดีไปถึงกลุ่มคนบงการ เพราะถ้าคดีถูกตัดตอน ก็จะยิ่งส่งผลสะเทือน โดยเฉพาะความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐ และในระยะยาวอาจจะส่งผลต่อความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ ในการสร้างสันติสุข
ส่วนสถานการณ์ไฟใต้นั้น ก็เช่นกันที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการตามที่รับปากไว้ คือการเดินหน้าพูดคุยสันติสุขให้เกิดขึ้นโดยเร็ว โดยในวันที่ 9-10 ก.ค.2569 นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเดินทางไปเยือนมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุย
หวังว่าจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น