คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้ไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีโครงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2568 โดยมีการแก้ไขคะแนนสอบ และเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ
โดยป.ป.ช.รับไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 51 เพื่อดำเนินการไต่สวนกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, กลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่จัดสอบ ประกาศผลสอบ, กลุ่มบุคคลที่ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ กลุ่มบุคคลที่แก้ไขคะแนนของผู้เข้าสอบ, กลุ่มนายหน้าเรียกรับเงิน และกลุ่มบุคคลที่ได้รับการแก้ไขคะแนน
เป็นอันว่าขณะนี้ ป.ป.ช.จะเริ่มการไต่สวนคดีทุจริตสอบที่อื้อฉาวต่อแวดวงข้าราชการ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางระดับประเทศ
สำนักงานป.ป.ช.ระบุว่า จากการรวบรวมข้อมูล และพยานหลักฐาน พบข้อเท็จจริงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กับพวก จัดสอบแข่งขัน โดยแก้ไขคะแนนสอบ และเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ เพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่าน
เรื่องที่ถูกกล่าวหาดังกล่าว มีความสำคัญระดับประเทศที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เป็นเรื่องที่มีผลกระทบอย่างกว้างขวาง ซึ่งเข้าลักษณะเป็นคดีพิเศษ ตามแนวทางในการพิจารณาและการบริหารคดีพิเศษ
จึงนำเสนอคณะกรรมการป.ป.ช. พิจารณารับเรื่องไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ ซึ่งในการไต่สวนนั้น สำนักงานป.ป.ช.จะประสานความร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอพนักงานเจ้าหน้าที่มาเป็นผู้ช่วยเหลือคณะกรรมการไต่สวน
ต้องติดตามต่อไป การไต่สวนของป.ป.ช. นอกจากผู้ถูกกล่าวหา 5 กลุ่มแล้ว ยังจะขยายผลไปถึงบุคคล และกลุ่มใดเพิ่มอีกบ้าง
การทุจริตจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2568 มีผู้เกี่ยวข้องเป็นข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย และจะส่งผลกระทบต่อสังคมวงกว้างทั่วประเทศ
เนื่องจากผลการตรวจสอบรายชื่อของผู้สอบ ที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ หรือพนักงานท้องถิ่นแล้ว ประมาณ 15,000 คน ปรากฏว่าพบพิรุธมากถึง 5,000 คน ที่ผลคะแนนกับไฟล์รูปกระดาษคำตอบไม่ตรงกัน
ด้วยมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก แสดงว่าต้องเป็นขบวนการใหญ่โต ซึ่งนอกจากการทุจริตแล้ว คดีนี้ยังสะท้อนถึงความบกพร่อง และหย่อนยานของระบบราชการไทย
ดังนั้น นอกจากการไต่สวนเพื่อดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาทางเร่งปฏิรูประบบราชการไทยด้วย