คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย แสดงความบริสุทธิ์ใจคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น
โดยจะส่งรายชื่อผู้สอบแข่งขัน จำนวน 5,814 รายชื่อ ที่ผลคะแนนผิดปกติให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจพิสูจน์กับกระดาษคำตอบตัวจริง
นอกจากนี้ ที่ประชุมกสถ.ยังเห็นควรส่งรายชื่อทั้ง 5,814 รายชื่อให้คณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น เป็นผู้พิจารณาการเพิกถอนบรรจุหรือไม่
โดยในวันที่ 23 ก.ค.2569 คณะกรรมการกลางฯ จะประชุมร่วมกับคณะกรรมการพนักงาน อบจ. เทศบาล และอบต. เพื่อพิจารณาและตัดสินใจ
ขณะที่ความคืบหน้าทางคดีนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ไปร่วมประชุมติดตามคดีร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง ผู้แทนป.ป.ช. และผู้แทนป.ป.ท.
โดยตำรวจพบพยานหลักฐาน และนำไปสู่การจับกุมดำเนินคดีผู้ต้องหาชุดแรก 3 ราย แต่ทั้ง 3 รายยังคงให้การปฏิเสธ และตำรวจกำลังขยายผลไปถึงผู้บงการ ผู้ร่วมขบวนการรายอื่น
นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายเรียกข้าราชการท้องถิ่นอีกจำนวน 11 ราย ขณะเดียวกัน ป.ป.ช.ก็มีมติรับคดีทุจริตสอบไว้ไต่สวนข้อเท็จจริง โดยยกระดับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากมีข้าราชการระดับสูงถูกกล่าวหาด้วย
นับเป็นความคืบหน้าในระดับหนึ่ง สำหรับคดีทุจริตสอบข้าราชการ
นายกฯ และรมว.มหาดไทยเคยให้สัมภาษณ์ว่า หากเกี่ยวข้องกับใครก็โดนหมด ยิ่งถ้ามีบุคคลของพรรคภูมิใจไทยก็ไม่มีละเว้น ต้องจัดการตามกฎหมาย และถูกดำเนินคดี
สำหรับคดีทุจริตสอบข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น นับเป็นคดีใหญ่และอื้อฉาว เนื่องจากกระทำกันเป็นขบวนการใหญ่โต มีผู้เกี่ยวข้องประมาณ 6,000 ราย มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 4,500 ล้านบาท
ที่สำคัญมีข้าราชการระดับอธิบดี รองอธิบดี รองผู้ว่าราชการจังหวัด และปลัดอบจ. ตกเป็นผู้ต้องสงสัย มีความพัวพันและเชื่อมโยงกัน และที่สำคัญกว่านั้นคือ ขบวนการใหญ่โตขนาดนี้จึงน่าสงสัยด้วยว่ามีนักการเมือง หรือระดับรัฐมนตรี อยู่เบื้องหลังอีกชั้นหรือไม่
สังคมจึงหวังเป็นอย่างยิ่ง ต้องขยายผลดำเนินคดีไปถึงบุคคลเบื้องหลังชนิดถึงรากถึงโคนด้วย ไม่ใช่แค่ระดับปลาซิวปลาสร้อย