รัฐบาลแถลงผลการประชุมครม. กรณีประชาชนเรียกร้องให้ทบทวนหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่อยู่ในขณะนี้
โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุถึงเสียงสะท้อนของประชาชนพบว่ายังมีผู้เดือดร้อนจำนวนหนึ่ง ไม่ผ่านการคัดกรอง ทั้งที่มีความเดือดร้อน และมีความจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ
เช่น กรณีผู้ที่มีชื่อครอบครองรถเก่าที่หมดสภาพใช้งาน แต่ข้อมูลยังค้างในทะเบียน หรือผู้ที่กำลังศึกษาต่อเพื่อพัฒนาตนเอง แต่หลักเกณฑ์ปัจจุบันยังไม่สะท้อนสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริง
คำกล่าวของนายกฯ ได้ยอมรับถึงเสียงสะท้อน ต่อปัญหาเรื่องหลักเกณฑ์บัตรคนจนที่ยังมีช่องโหว่
นายกฯ ยังเน้นย้ำด้วยว่า ประชาชนไม่ควรเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหารัฐ หรือรอการอุทธรณ์ แต่หน่วยงานของรัฐต้องเข้าหาประชาชน ลงพื้นที่ค้นหา รับฟังและแก้ไขปัญหาเชิงรุก ไม่ให้ผู้ที่สมควรได้รับความช่วยเหลือต้องหลุดจากระบบ
จึงมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย บูรณาการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานในพื้นที่ เร่งสำรวจผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรอง แต่ยังมีเหตุอันควรได้รับความช่วยเหลือ และส่งข้อมูลให้กระทรวงการคลัง พิจารณาโดยเร็ว
ส่วนกระทรวงคมนาคม ให้เร่งปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนรถให้เป็นปัจจุบัน ลดภาระประชาชนในการจำหน่ายทะเบียน หรือยกเลิกทะเบียนรถที่หมดสภาพ และเร่งเสนอแก้ไขกฎหมาย หรือระเบียบที่เป็นอุปสรรค
ด้านกระทรวงการคลัง ให้เร่งทบทวนหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้มีสิทธิ์ ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสภาพความเดือดร้อนในปัจจุบัน และตรวจสอบหลักเกณฑ์ที่อาจทำให้ผู้สมควรได้รับสิทธิ์หลุดจากระบบ พร้อมเสนอแนวทางปรับปรุงต่อครม.โดยเร็ว
นับเป็นเรื่องสมควรแล้ว ที่นายกฯ ตระหนักถึงเสียงสะท้อน ถึงหลักเกณฑ์คัดกรองผู้มีสิทธิ์ได้รับบัตรคนจน พร้อมสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทำงานเชิงรุก ปรับปรุงแก้ไขข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน สะท้อนสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริง
โดยเฉพาะหลักเกณฑ์การครอบครองรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่เป็นปัญหาหนักอยู่ในขณะนี้ หากไม่ปรับแก้จะทำให้มีประชาชนตกหล่นนับล้านราย
นอกจากนี้ ยังมีกรณีนักเรียนนักศึกษานอกระบบของกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนกลุ่มเปราะบางที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่รวมกันนับหลายแสนราย
หวังว่ารัฐบาลจะทำงานเชิงรุกให้มากขึ้น ปิดช่องโหว่หลักเกณฑ์ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างครอบคลุม ตรงตามสภาพความเป็นจริง