วันอาสาฬหบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ปีนี้วันที่ 29 กรกฎาคม ตรงกับวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงหลักธรรมที่ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองแก่ปัญจวัคคีย์นักบวชทั้ง 5 เป็นครั้งแรกเมื่อครั้งพุทธกาล
เป็นบันลือประกาศ ผลักกงล้อธรรมให้หมุนรุดหน้าไปด้วยธัมมจักกัปปวัตตนสูตรเทศนา อันแปลว่าพระสูตรแห่งการหมุนวงล้อแห่งธรรมที่ตรัสรู้บรรลุเป็นพระอรหันต์
ประกอบด้วยหลักมัชฌิมาปฏิปทาหรือทางสายกลาง มิใช่สุดโต่งไปในทางใดทางหนึ่ง แต่เป็นข้อปฏิบัติที่เป็นกลางๆ สัมมาทิฐิถูกต้องและเหมาะสมที่จะให้บรรลุถึงจุดหมายปลายทาง
อีกประการสำคัญคือการประกาศหลักการอริยสัจ ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการของอริยะ คือบุคคลที่ห่างไกลจากกิเลส ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค ดังที่ทราบความหมายดีอยู่แล้ว
คำว่าอาสาฬหบูชา ประกอบด้วยคำว่า อาสาฬห คือเดือน 8 ทางจันทรคติกับบูชา แปลว่าการบูชาในเดือน 8 เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในเดือนนี้ เป็นที่เข้าใจและเรียกกันในหมู่พุทธศาสนิกชนว่าวันพระธรรม
เป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนา เริ่มประกาศพระศาสนา วันที่เกิดพระอริยสงฆ์ครั้งแรกคืออัญญาโกณฑัญญะ พราหมณ์ซึ่งรู้แจ้งได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุเป็นพระอริยบุคคล
นอกจากนี้ ยังเป็นวันที่เกิดพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนาคือการที่โกณฑัญญะขอบรรพชาและบวชเป็นภิกษุโดยวิธีอุปสัมปทาเปกขะ หลังฟังเทศนาจนบรรลุธรรม และเป็นสาวกรูปแรก
เมื่อเปรียบกับวันสำคัญอื่นๆ ในทางพระพุทธศาสนาแล้ว บางทีเรียกวันอาสาฬหบูชานี้ว่าวันพระธรรม หนึ่งในพระรัตนตรัยแก้วสามดวงอันประเสริฐที่ชาวพุทธยึดเป็นสรณะ
สำหรับสาระวันอาสาฬหบูชาที่พุทธศาสนิกชนถือเป็นข้อปฏิบัติโดยทั่วไปคือ ทำบุญ ตักบาตร รักษาศีล เวียนเทียน ฟังพระธรรมเทศนาธัมมจักกัปปวัตตนสูตร และสวดมนต์เจริญจิตตภาวนาให้จิตใจสงบเย็น
แต่สิ่งที่ควรได้รับประโยชน์อันเป็นเนื้อหาสำคัญจากวันสำคัญนี้ คือหลักการที่พระพุทธเจ้าแสดงเป็นครั้งแรก ได้แก่ มัชฌิมาปฏิปทา และอริยสัจ 4 ดังที่กล่าวมา
กล่าวคือควรทบทวนระลึกตรึกตรอง เตือนใจ สำรวจตนว่าชีวิตของตนได้เจริญงอกงามขึ้นด้วยความเป็นอยู่อย่างผู้รู้เท่าทันสภาวะโลกและเข้าใจชีวิตนี้มากน้อยเพียงใด
รวมถึงสำรวจตนว่ายังดำเนินชีวิตอย่างลุ่มหลงมัวเมา หรือมีจิตใจอิสระปลอดโปร่งผ่องใสจากความคับข้องเศร้าหมองเพียงใด เพื่อจักได้ตระหนักรู้แล้วนำไปปฏิบัติตามหลักการที่เป็นหัวใจวันพระธรรม