สำนักงานกกต.ชี้แจงกรณีการพิจารณาคดีฮั้วสว. ที่ขณะนี้อยู่ในการพิจารณาของกกต.ทั้ง 7 คน เพื่อจะวินิจฉัยว่าจะส่งสำนวนเข้าสู่ชั้นศาลยุติธรรมหรือไม่

โดยระบุว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างรอบคอบ เพื่อครอบคลุมข้อเท็จจริงทุกประเด็น ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนส.ค.2569 จากนั้นจะนัดประชุมเพื่อลงมติ

พร้อมย้ำว่า กกต.มิใช่พนักงานไต่สวน แต่มีหน้าที่พิจารณาสำนวนจากข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ โดยใช้ดุลพินิจอย่างอิสระ รอบคอบ เป็นกลาง เพื่อให้การวินิจฉัยอยู่บนพื้นฐานของพยานหลักฐาน และข้อกฎหมายเท่านั้น

สำนักงานกกต.ยืนยัน ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในกระบวนการพิจารณาของกกต. ซึ่งยึดมั่นหลักนิติธรรม ความเป็นกลาง และการพิจารณาจากพยานหลักฐานเป็นสำคัญ

การชี้แจงของสำนักงานกกต. มีขึ้นในท่ามกลางหลายฝ่ายเฝ้าจับตามองอย่างหนัก ต่อการพิจารณาคดีฮั้วสว. ที่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของกกต.

เนื่องจากคดีฮั้วสว. นอกจากจะเป็นเรื่องอื้อฉาวใหญ่ในทางการเมืองแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสถาบันทางการเมืองฝ่ายนิติบัญญัติในระบบรัฐสภา และส่งผลต่อพัฒนาการทางประชาธิปไตย

อีกทั้งในกระบวนการเลือกสว.ที่ผ่านมา ทั่วทั้งสังคมก็ประจักษ์แก่สายตา มีการกระทำสมคบกันเป็นกลุ่มคณะ เพื่อให้ได้บุคคลที่จัดเตรียมเอาไว้ให้ได้รับเลือกเป็นสว.

ที่สำคัญคือ กระทำกันอย่างโจ่งแจ้ง มีพิรุธ และทิ้งร่องรอยไว้มากมาย จึงนำมาสู่การดำเนินคดีที่จะปล่อยเอาไว้ไม่ได้

ขณะนี้สำนวนคดีอยู่ในการพิจารณาของกกต.ทั้ง 7 คน หลังคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย แบ่งเป็นกลุ่มสว.ในปัจจุบัน 138 ราย และอีก 91 รายเป็นกลุ่มนักการเมืองและเครือข่าย

โดยเฉพาะในกลุ่มนักการเมืองนั้น เป็นถึงระดับรัฐมนตรี สส. และผู้อยู่เบื้องหลังพรรคการเมืองระดับชาติ ซึ่งต้องสงสัยเป็นผู้วางแผนสั่งการ และให้ผลประโยชน์

ที่ผ่านมาบรรดาผู้ที่ติดตามคดีนี้ ต่างประเมินวิเคราะห์ถึงสิ่งที่กกต.จะพิจารณา ย่อมหนีไม่พ้น 3 แนวทาง คือ 1.สั่งฟ้องทั้งหมด 2.ไม่ฟ้องเลย และ 3.ฟ้องเฉพาะบางคน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากที่สุด

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่ากกต.จะวินิจฉัยอย่างไร จะต้องอธิบายเหตุผลให้ชัดเจนต่อสังคม โดยเฉพาะกรณีสั่งไม่ฟ้องต่อศาล หรือสั่งฟ้องเฉพาะบางคน มิเช่นนั้นแล้ว กกต.เองก็จะขาดความเชื่อมั่น ตามที่ให้คำมั่นไว้แก่สังคมและประชาชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน