นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เสร็จสิ้นภารกิจเยือนประเทศอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3-4 ส.ค.2569 ตามคำเชิญของนายปราโบโว ซูบียันโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย
นับเป็นการไปเยือนอินโดนีเซียของนายกฯ ไทย ครั้งแรกในรอบ 15 ปี โดยก่อนหน้านี้คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังเข้ารับตำแหน่งนายกฯ เพื่อแนะนำตัว และกระชับความสัมพันธ์ต่อกัน
กรณีนายอนุทินนั้น ก่อนเดินทางไปเยือน ได้ระบุถึงเป้าหมายจากการหารือกันของ 2 ฝ่าย โดยนอกจากกระชับความสัมพันธ์แล้ว ยังมีเรื่องเศรษฐกิจ และความมั่นคง
โดยเฉพาะความร่วมมือต่างๆ ที่เกี่ยวพันกับปัญหาชายแดนภาคใต้ของไทย ซึ่งนายกฯ ระบุว่าก็ต้องพูดคุยกัน
สำหรับปัญหาความไม่สงบ และการสร้างสันติสุขชายแดนภาคใต้นั้น ขณะนี้กลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง นับตั้งแต่เหตุคาร์บอมบ์โรงพักที่อ.เมือง จ.นราธิวาส
ตามด้วยเหตุบุกโจมตีถล่มทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย บริเวณจุดตรวจที่ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ล่าสุดกรณีตำรวจ 2 นายถูกยิงเสียชีวิต ขณะจะเข้าตรวจค้นในพื้นที่อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
ขณะนี้หน่วยทหารในพื้นที่ ต้องประกาศยกระดับการบังคับใช้กฎอัยการศึก ทั่วจ.นราธิวาส เพื่อเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่ในการตรวจค้น และจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุให้ได้
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้กระบวนการพูดคุยสันติสุข ต้องเลื่อนออกไปก่อน ยังไม่รู้ว่าจะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจากันอีกครั้งเมื่อไหร่
ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ในความพยายามของรัฐบาลไทยที่จะแก้ปัญหาไฟใต้ให้สำเร็จนั้น มีประเทศมาเลเซียเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยกับกลุ่มเห็นต่าง
แต่ครั้งนี้อาจจะมีอินโดนีเซียเข้ามาร่วมมือ ซึ่งอินโดนีเซียเป็นประเทศที่ทรงอิทธิพลในอาเซียน ที่สำคัญเป็นประเทศที่มีชาวมุสลิมมากที่สุดในโลก มีอัตลักษณ์และความเชื่อศรัทธา คล้ายกับประชาชนชายแดนภาคใต้ของไทย
อีกทั้งในอดีต อินโดนีเซียก็ผ่านประสบการณ์ความขัดแย้งทางอุดมการณ์กับกลุ่มเห็นต่างมาแล้ว เช่นกรณีขบวนการอาเจะห์ ที่ต่อสู้กันมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันความขัดแย้งสิ้นสุด เกิดสันติสุขในพื้นที่
จึงน่าสนใจต่อการไปเยือนของนายอนุทิน จะประสานความร่วมมือกับอินโดนีเซีย เพื่อจะร่วมมือสร้างสันติสุขชายแดนใต้ได้อย่างไร โดยหวังว่าจะนำไปสู่หนทางใหม่ๆ เพื่อดับไฟใต้ให้ได้ในที่สุด