นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ยอดสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึงวันที่ 1 ส.ค.2569
พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเหลือ 18 ล้านคน ลดลง 3.19 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 ขณะที่นักท่องเที่ยวสะสม 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้
โดยเฉพาะในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการชะลอตัวจากกลุ่มตลาดระยะใกล้ เนื่องจากข่าวสารความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการปรับลดจำนวนที่นั่งโดยสารในเส้นทางอินเดีย
สรุปภาพรวมขณะนี้ ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ทั้งตลาดระยะใกล้ และระยะไกลในยุโรป
นักท่องเที่ยวที่ลดลง สอดคล้องกับจำนวนอัตราการจองห้องพักโรงแรม โดยนายกสมาคมโรงแรมไทย ระบุเดือนก.ค.2569 ยอดจองอยู่ที่ 53 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568
นายกสมาคมโรงแรมไทย ระบุถึงสาเหตุลดลง เนื่องจากเข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว หรือโลว์ซีซั่น ประกอบกับความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง เป็นปัจจัยกดดันให้การเดินทางลดลง
ผู้ประกอบการจึงเรียกร้องในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังต้องการให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือในหลายด้าน โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อเสริมรายได้และหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
อาทิ เพิ่มการจัดประชุมภาครัฐ จัดอีเวนต์ต่างๆ เพิ่มเที่ยวบิน ทบทวนนโยบายฟรีวีซ่า ลดต้นทุนพลังงาน ค่าธรรมเนียมภาครัฐ และลดหย่อนภาษี เป็นต้น
อีกประการสำคัญ ผู้ประกอบการยังสนับสนุนกรณีกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อขอใช้งบประมาณของเงินกู้ ในการจัดทำโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ
โดยเฉพาะโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส ที่เป็นรูปแบบร่วมกันจ่ายระหว่างรัฐกับประชาชน ซึ่งพยายามให้เริ่มต้นในเดือนก.ย.นี้ ในเบื้องต้นอยากให้เร่งดำเนินการในวันที่ 1 ก.ย.ถึงเดือนต.ค. เพื่อให้จบก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่น
การท่องเที่ยวของไทย ถือเป็นเครื่องจักรสำคัญหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสร้างรายได้เข้าประเทศ แต่ขณะนี้อยู่ในภาวะซบเซา ซึ่งมาจากหลายปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ
ข้อเสนอของภาคเอกชนด้านท่องเที่ยว จึงนับว่าน่าสนใจ หวังว่ารัฐบาลจะนำไปคิดหามาตรการกระตุ้นและช่วยเหลือ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังนี้