จากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืน เพื่อจัดการการครอบครองปืนผิดกฎหมายและปืนเถื่อน
โดยให้ดำเนินการทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว เป็นการบูรณาการการทำงานของหลายหน่วยงาน เพื่ออุดช่องโหว่ของมาตรการควบคุมไม่ให้อาวุธปืนตกไปอยู่ในมือผู้ที่ไม่ควรครอบครอง
พร้อมกำชับให้ติดตามดูแลผู้บาดเจ็บ เยียวยาและฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ จากกรณีเหตุกราดยิงบริเวณโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จ.นนทบุรี
ข้อสั่งการดังกล่าวของนายกฯ เป็นผลสืบเนื่องจากเหตุนักเรียนนำอาวุธปืนของปู่มายิงครูและเพื่อนนักเรียนในโรงเรียน เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
สำหรับมาตรการควบคุมอาวุธปืนนั้น รัฐบาลออกมาตรการระยะเร่งด่วน อาทิ ระงับโครงการปืนสวัสดิการใหม่ ระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (ป.3) จนกว่าจะมีมติครม.เป็นอย่างอื่น
ตรวจสอบใบ ป.3 ทั่วประเทศ ทั้งที่ยังค้างและยังไม่มีการซื้อขาย เร่งจัดระเบียบใบอนุญาตให้มีและใช้ (ป.4) ให้ผู้ได้รับใบ ป.3 และซื้อปืนแล้ว ตรวจสอบผู้ค้าปืนทั่วประเทศ ตรวจสอบเครื่องกระสุนของสนามยิงปืน และเร่งปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย เป็นต้น
ส่วนมาตรการระยะยาว เสนอแก้ไขพ.ร.บ.อาวุธปืน นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการอนุญาตและซื้อขายทุกขั้นตอน เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมศุลกากรและกรมสรรพากร เพิ่มการจัดเก็บอัตลักษณ์อาวุธปืน ควบคุมการค้า ความรับผิดชอบของผู้ค้าปืน เพิ่มโทษผู้กระทำผิด
ทั้งหมดนี้จะเสนอร่างกฎหมายแก้ไขภายใน 60 วัน
นายกฯ ยังอธิบายด้วยว่า โดยยืนยันไม่มีการอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนอย่างเด็ดขาด จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง พร้อมกับเร่งจัดระเบียบอาวุธปืนในประเทศ ที่ขณะนี้ในประเทศไทยมีอาวุธปืนเป็นสิบล้านกระบอก
เชื่อว่ามาตรการควบคุมอาวุธปืนที่นายกฯ เร่งขับเคลื่อนอยู่ในขณะนี้ ย่อมได้รับความเห็นชอบจากสังคมส่วนใหญ่ โดยเฉพาะจากสุจริตชน ผู้ดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข
แต่สิ่งสำคัญที่ผ่านมา ในการก่อเหตุความรุนแรง อาวุธปืนที่นำมาใช้ก่อเหตุ ส่วนใหญ่มาจากอาวุธปืนผิดกฎหมาย หรือปืนเถื่อน ที่มีขายอยู่อย่างดาษดื่น ก็หวังว่ารัฐบาลจะจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังและเด็ดขาด ตามที่ประกาศไว้
รวมถึงอาวุธปืน อาวุธสงคราม ที่เล็ดลอดจากทางราชการด้วย ซึ่งก็มีไม่น้อยที่หายไปจากการควบคุม และถูกนำไปก่อเหตุ