ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหารายจ่ายประจำสูง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรภาครัฐ ซึ่งกินสัดส่วนงบประมาณแผ่นดินราว 70% ทำให้เหลืองบลงทุนและพัฒนาประเทศจำกัด ขณะเดียวกันโครงสร้างราชการบางส่วนมีภารกิจซ้ำซ้อน อัตรากำลังไม่สอดคล้องกับงาน และยังใช้ระบบทำงานแบบเดิม
ล่าสุด ครม.มีมติเห็นชอบแนวทางปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐครั้งใหญ่
ตั้งเป้าลดอัตรากำลังข้าราชการมากกว่า 30,000 อัตรา ตรึงกรอบกำลังคน ไม่เพิ่มอัตราใหม่โดยไม่จำเป็น และทยอยยุบตำแหน่งที่ว่างจากการเกษียณ รวมถึงตำแหน่งในสายงานสนับสนุนที่ไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบข้าราชการ
มาตรการสำคัญคือ ชะลอการตั้งอัตราข้าราชการใหม่ ยุบกรอบตำแหน่งที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบ และยุบตำแหน่งที่ว่างจากการเกษียณตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป ยกเว้นในสายงานจำเป็น เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ และผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำ
อีกด้านหนึ่ง จะทบทวนหน่วยงานส่วนกลางที่ไปตั้งอยู่ในภูมิภาค ซึ่งมีภารกิจซ้ำซ้อน โดยตั้งเป้าลดหน่วยงานลักษณะดังกล่าวลง 10% ภายในปี 2570 พร้อมปรับโครงสร้างราชการให้กระชับ และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ลดขั้นตอนและลดภาระงาน
ทุกส่วนราชการต้องกลับไปทบทวนบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างของตัวเอง
งานใดลดขั้นตอนได้ งานใดใช้เทคโนโลยีแทนคนได้ และงานใดไม่จำเป็นต้องดำเนินการในรูปแบบเดิม พร้อมจัดทำแผนปรับลดกำลังคนให้สอดคล้องกับภารกิจ โดยสำนักงาน ก.พ. จะจัดทำมาตรการสนับสนุน เช่น การเกษียณอายุก่อนกำหนด การชะลอการเลื่อนระดับ และการปรับรูปแบบการจ้างงาน
ขณะที่ ก.พ.ร. จะทำหน้าที่ผลักดันการลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานและปรับระบบบริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เป้าหมายระยะยาว คือ ลดกรอบกำลังคนอย่างน้อย 15% ภายในปี 2575 และลดสัดส่วนรายจ่ายประจำลง โดยการเปลี่ยนผ่านต้องไม่กระทบประสิทธิภาพการทำงานและบริการประชาชน ที่สำคัญการปฏิรูปครั้งนี้ไม่สามารถเห็นผลภายใน 1-2 ปี แต่ต้องใช้เวลาต่อเนื่องถึง 8 ปี
แผนปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่เป็นเรื่องที่สังคมควรให้การสนับสนุน เพราะเป็นการแก้ปัญหาโครงสร้างที่สะสมมานาน แต่แผนจะสำเร็จหรือไม่ คำตอบไม่ได้อยู่ที่มติ ครม. หรือเอกสารนโยบาย แต่อยู่ที่การลงมือทำจริงและทำต่อเนื่อง
ระยะเวลา 8 ปีที่ยาวนาน ไม่ว่ารัฐบาลใดจะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องตอบให้ได้ว่าประเทศไทยได้การปฏิรูปที่คุ้มค่า หรือเป็นเพียงอีกหนึ่งแผนที่สวยงามบนกระดาษเท่านั้น
ดังนั้น ประชาชนจึงต้องร่วมกันติดตามความคืบหน้าเป็นระยะ ไม่ปล่อยให้แผนปฏิรูปครั้งใหญ่นี้หายไปพร้อมกับวาระทางการเมือง