หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese
22 ส.ค. 2569 - 17:03 น.

ผลสำรวจสถาบันพระปกเกล้า เรื่อง “ความเชื่อมั่นต่อองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และมุมมองต่อการทำหน้าที่ของ กกต.” จากประชาชนกลุ่มตัวอย่าง 2,000 คนทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่ตัวเลขในโพล แต่เป็นสัญญาณเตือนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ไม่ควรเมินเฉย

เพราะในบรรดาองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่สำรวจ กกต.ได้รับความเชื่อมั่นต่ำที่สุด เพียงร้อยละ 3.8 ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญอยู่ที่ระดับร้อยละ 31.3

ที่น่าคิดยิ่งกว่าคือ ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 27.7 ยังตอบว่า “ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น” สะท้อนว่าความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระโดยรวม ยังไม่อยู่ในระดับที่แข็งแรง เมื่อเจาะลงไปเฉพาะการทำงานของ กกต. ผลสำรวจยิ่งชัดเจน

ถึงแม้ “ประสิทธิภาพจัดการเลือกตั้ง” จะเป็นด้านดีที่สุดของ กกต. แต่ก็เพียงร้อยละ 23.7 เท่านั้นที่ให้คะแนนระดับมากถึงมากที่สุด

ขณะที่โจทย์ใหญ่ กกต.คือเรื่อง “ความเป็นอิสระจากการแทรกแซงทางการเมือง” ซึ่งร้อยละ 51.9 ประเมินอยู่ในระดับ “น้อยถึงน้อยที่สุด” ตามด้วย “ความเป็นกลางและเป็นธรรมในการวินิจฉัยคดี” ร้อยละ 50.8

ตรงนี้จึงเป็นปัญหาสำคัญกว่าการจัดเลือกตั้ง เพราะ กกต. ไม่ได้มีหน้าที่แค่จัดคูหา นับคะแนนหรือประกาศผล แต่ต้องทำให้ประชาชนเชื่อว่าทุกการตัดสินอยู่บนกติกาเดียวกัน ไม่ถูกครอบงำ และไม่มีใครอยู่เหนือกฎเกณฑ์

โดยเฉพาะเวลานี้ “คดีฮั้ว สว.” กำลังถูกจับตาอย่างหนักจากฝ่ายค้าน นักวิชาการ อาจารย์นิติศาสตร์ นักกฎหมาย รวมถึงภาคประชาชน ที่ต่างส่งเสียงเรียกร้องให้ กกต. เดินหน้ากระบวนการตามกฎหมาย หากข้อกล่าวหามีมูลเพียงพอ

ก็ต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเป็นผู้พิจารณาตัดสินตามอำนาจหน้าที่ กกต.ต้องไม่ทำตัวเป็น “ศาล” เสียเอง

ผลสำรวจของสถาบันพระปกเกล้าล่าสุด จึงเป็นกระจกบานใหญ่สะท้อนว่าปัญหา กกต. วันนี้ไม่ใช่แค่ประสิทธิภาพ แต่คือ “ความไว้วางใจ” จากประชาชน

ทางออก กกต. ไม่ใช่การประชาสัมพันธ์ให้คนเชื่อมั่น แต่ต้องลงมือทำให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ทั้งความเป็นอิสระ เป็นกลาง โปร่งใส เปิดเผยความคืบหน้าคดีและเหตุผลการพิจารณาตัดสินใจ เพราะเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นมากที่สุด

วันนี้สิ่งที่สังคมจับตาคดีฮั้ว สว. ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร แต่ต้องการรู้ว่าเมื่อห้วงเวลาสำคัญมาถึง กกต.จะเลือกยืนอยู่ข้างสิ่งถูกต้อง หรือยืนอยู่บนความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชน หาก กกต. ต้องการพลิกฟื้นความเชื่อมั่น ต้องเริ่มจากการทำให้ประชาชนเห็นและตรวจสอบได้

โดยเฉพาะคดีสำคัญอย่างฮั้ว สว. ต้องส่งให้ศาลพิจารณาตัดสินเท่านั้น


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

บทบรรณาธิการ - บทพิสูจน์กกต.