พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมไปดูสถานที่เกิดเหตุ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เกิดขึ้นไล่เลี่ยกันหลายสิบจุด
โดย พ.ต.อ.ทวีประเมินว่า อาจมีการก่อเหตุมากเกือบ 100 จุด คาดต้องใช้กำลังคนปฏิบัติการ ไม่ต่ำกว่า 500 คน จากพฤติการณ์ชี้ชัดว่าทำเป็นขบวนการ เพื่อต้องการทำลายเศรษฐกิจ และทำลายความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐ
พร้อมเสนอแนะว่า อะไรที่ทำมาตลอดแล้วสภาพยังเหมือนเดิม ก็ต้องเปิดใจรับฟังคนอื่น ทำอย่างไรให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะคนที่เห็นต่างมาพูดคุยกันว่า รูปแบบการบริหารจัดการพื้นที่แบบใดจึงจะเหมาะสม ใช้แค่ความมั่นคงมิติเดียวไม่ได้ ต้องเป็นความมั่นคงของประชาชนด้วย
จึงเรียกร้องให้ทบทวนรูปแบบการแก้ปัญหาความมั่นคงใหม่ และต้องเปิดใจรับฟังเสียงคนในพื้นที่
นอกจากนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการผู้แทนพิเศษรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังเข้าหารือกับนายกฯ เพื่อทบทวนและหามาตรการขับเคลื่อนแก้ปัญหาให้ดียิ่งขึ้น
โดยระบุว่า ทุกฝ่ายได้ข้อสรุปต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน วิธีการป้องกันเดิมอาจจะใช้ได้ แต่ควรหามาตรการใหม่ๆ ที่ผ่านมาการบูรณาการยังไม่แน่นพอ ต่างคนต่างทำ และประเมินสถานการณ์ผิดพลาด
นายวันมูหะมัดนอร์ยังตอบคำถาม โดยยอมรับการก่อเหตุเป็นการกระทำของกลุ่มบีอาร์เอ็น แต่หากบีอาร์เอ็นอยากพูดคุย ก็ต้องเปิดโอกาส แต่ต้องพูดคุยบนพื้นฐานรัฐธรรมนูญไทย หากมีความมุ่งมั่นที่จะให้พื้นที่สงบสุข
ประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ ระบุด้วยว่าจากการสอบถามหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข แจ้งว่าอาจจะพูดคุยได้เร็วขึ้นคาดปลายเดือนก.ย.
ข้อเสนอแนะและแนวทาง ตามที่นายวันมูหะมัดนอร์ เสนอนั้นเป็นสิ่งที่น่าคิด และน่าสนใจต่อการแก้ไฟใต้ รวมถึงข้อเสนอและเรียกร้องจากพ.ต.อ.ทวี
โดยเฉพาะพ.ต.อ.ทวี ในอดีตเคยเป็นผอ.ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เคยเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนแก้ปัญหาไฟใต้ จนนำไปสู่การพูดคุยกับบีอาร์เอ็น นับเป็นช่วงที่การแก้ปัญหามีความก้าวหน้า
อีกทั้งปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่ได้รับความนิยม มีฐานมวลชนสนับสนุนในชายแดนภาคใต้ จึงน่าจะเข้าใจถึงอัตลักษณ์ และความหลากหลายของผู้คนที่นั่น
ดังนั้น ต่อการแก้ปัญหาไฟใต้นั้น รัฐบาลควรเปิดใจกว้างนำข้อเสนอแนะต่างๆ มาปรับปรุงแก้ไขก็น่าจะดีไม่น้อย