ตามคำทูลเชิญของนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับเวียดนาม และนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พระมหากษัตริย์ไทยเสด็จพระราชดำเนินเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ

จึงถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

กำหนดการเสด็จพระราชดำเนินสะท้อนความสำคัญของพระราชไมตรีอย่างรอบด้าน ทั้งทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน และสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์

การเสด็จพระราชดำเนินเข้าร่วมพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ตลอดจนการทรงพบหารือกับผู้นำระดับสูงของเวียดนาม และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้บุคคลสำคัญของเวียดนามเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

ยังมีกิจกรรมด้านวัฒนธรรมและพระพุทธศาสนา อาทิ การทอดพระเนตรการแสดงทางวัฒนธรรม ณ วัดหง็อกเซิน การเสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดกว๋านสือ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม รวมทั้งทอดพระเนตรการดำเนินงานของศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย มหาวิทยาลัยฮานอย

กิจกรรมเหล่านี้ล้วนสะท้อนสายสัมพันธ์ที่มิได้จำกัดอยู่เพียงระดับรัฐบาล แต่เชื่อมโยงไปถึงประชาชน ศาสนา การศึกษา และวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ

ตลอดเวลา 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามได้พัฒนาต่อเนื่องจากความสัมพันธ์ทางการทูต สู่ความร่วมมือที่หลากหลายทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การศึกษา วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน

การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้มิได้เป็นเพียงพระราชพิธีสำคัญ หากยังเป็นโอกาสที่จะส่งเสริมความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์และความผาสุกของประชาชนไทยและเวียดนามอย่างยั่งยืน

ในห้วงเวลาที่โลกเผชิญความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายรอบด้าน มิตรภาพระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่มีความเข้าใจและความร่วมมืออันดี ยิ่งมีความสำคัญ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนเวียดนามครั้งนี้ นับเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์

สะท้อนพระราชไมตรีอันแน่นแฟ้นและตอกย้ำมิตรภาพระหว่างประชาชนไทย-เวียดนาม ที่ดำเนินมายาวนานกว่า 5 ทศวรรษ สู่บทใหม่ของความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน