ที่ประชุมครม. เห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอโครงการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย เพื่อป้องกันน้ำท่วม

โครงการนี้ใช้งบประมาณ 165,000 ล้านบาท โดยงบฯ ส่วนหนึ่งจะมาจากเงินกู้ต่างประเทศ ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2570 และโครงการผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว

รัฐบาลระบุว่าหากโครงการเสร็จเรียบร้อยจะทำให้การป้องกันน้ำท่วมในเขตภาคกลาง กทม. และพื้นที่ปริมณฑล เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งจะช่วยลดความเสียหายจากอุทกภัยได้ปีละ 17,000 ล้านบาท

นับเป็นโครงการใหญ่เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย ที่น่าสนใจ

ปัญหาอุทกภัยไทยเกิดขึ้นประจำทุกปีเนื่องจากภูมิศาสตร์และดินฟ้าอากาศของภูมิภาค แต่ละครั้งสร้างความเสียหายหลายด้าน โดยเฉพาะในห้วงวันที่ 25-29 ก.ย.2569 ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เขตปริมณฑล หลายจังหวัดภาคกลาง และภาคตะวันออก

ทั้งนี้ มีข้อมูลอีกด้านจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย ประเมินความเสียหายในช่วงดังกล่าว ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุด 12,283 ล้านบาท ฉุดจีดีพีลดลง 0.066 เปอร์เซ็นต์

โดยกรณีเบานั้น ประเมินอยู่ที่ 5,896 ล้านบาท ฉุดจีดีพีลดลง 0.03 เปอร์เซ็นต์ และกรณีรุนแรงอยู่ที่ 20,635 ล้านบาท ฉุดจีดีพีลดลง 0.11 เปอร์เซ็นต์

แต่ทั้งนี้ยังไม่รวมความเสียหายต่อบ้าน รถ สินค้าคงคลัง และผลผลิตทางการเกษตร

สถานการณ์อุทกภัยใหญ่ โดยเฉพาะในห้วงที่ผ่านมาล่าสุดสร้างผลกระทบและความเสียหายวงกว้างหลายพื้นที่ภาคกลาง ตะวันออก กทม. ปริมณฑล บางส่วนภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ

ส่วนหนึ่งก็มาจากการประเมินสถานการณ์ผิดพลาด ตั้งแต่ระดับรัฐบาล ระดับกระทรวง ส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองท้องถิ่น ต่างก็มีส่วนบกพร่อง

แม้การที่รัฐบาลจะตระหนัก และเดินหน้าโครงการใหญ่ระดับแสนล้านนั้นย่อมเป็นเรื่องดีแน่นอน แต่ก็ต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการนานหลายปีกว่าโครงการจะแล้วเสร็จ

ดังนั้น ระหว่างนี้รัฐบาลต้องปรับแผนรับสถานการณ์อย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยเฉพาะการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องเป็นเอกภาพ เพื่อรับมือในลำดับต่อไปคือ ภาคใต้ ที่จะต้องเผชิญปัญหาฝนหนัก และน้ำป่าไหลหลาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน