คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน วงเงิน 4,731 ล้านบาท ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ
สำหรับช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปีพ.ศ.2569 จำนวน 24 จังหวัด โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเร่งสำรวจและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท้องถิ่น รวมถึงกทม. ในการดำเนินการนำเงินงบประมาณไปช่วยเหลือเยียวยาประชาชนให้เร็วที่สุด
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกำชับด้วยว่า หากมีข้อติดขัดในการดำเนินการในข้อราชการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้หน่วยงานต่างๆ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ทำเรื่องรายงานถึงนายกฯ เพื่อใช้อำนาจในการดำเนินการต่อไป
นอกจากงบกลาง 4,731 ล้านบาท ที่รัฐบาลจะนำมาเยียวยาแล้ว ต้องติดตามต่อไปรัฐบาลจะมีหลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง เพื่อให้การเยียวยาเป็นไปอย่างทั่วถึง
สถานการณ์อุทกภัยปีนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ไม่คาดคิดมาก่อนจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและขยายวงกว้างหลายพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ยังเกิดสถานการณ์ในกทม. เขตปริมณฑล พื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันออก
โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย.2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่าเกิดจากฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบการระบายน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ มาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง
ทำให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 31 จังหวัด รวมถึงกทม. มีประชาชนได้รับผลกระทบแล้ว 1,041,307 ครัวเรือน จำนวน 2,932,661 คน และมีเสียชีวิตรวม 24 ราย
นับเป็นผลกระทบ และความสูญเสียมหาศาล
ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งช่วยเหลือ และเยียวยาประชาชนผู้ประสบภัย ซึ่งกำลังบอบช้ำหนักอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้กลับมาดำรงชีพได้อย่างปกติโดยเร็ว
ขณะเดียวกัน ก็มีเสียงสะท้อนจากภาคเอกชน และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจำนวนมากเช่นกัน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเยียวยาแรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบการรายย่อย หรือเอสเอ็มอี และภาคเกษตร เช่น การพักหนี้ หรือให้สินเชื่อสำหรับการฟื้นฟูกิจการ
เพื่อลดผลกระทบภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากรายได้สะดุด และมีหนี้สินเพิ่ม ซึ่งเป็นผลพวงจากอุทกภัย พร้อมทั้งควรดูแลเรื่องราคาสินค้าที่จำเป็นด้วย
จึงหวังว่าการเยียวยาอุทกภัยของรัฐบาล จะต้องครอบคลุมทุกกลุ่มผู้เดือดร้อน และต้องไม่มีหลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขที่ยุ่งยากซับซ้อน