การปรับขึ้นราคาน้ำมันอีก 0.60 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นการขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มหลักครั้งที่ 3 ในเดือนเดียว เมื่อรวมทั้ง 3 ครั้ง น้ำมันบางกลุ่มราคาเพิ่มขึ้นถึง 2.10 บาทต่อลิตร
ส่งผลกระทบลามถึงปากท้องประชาชน ค่าเดินทางสูงขึ้น ต้นทุนขนส่งเพิ่ม ราคาสินค้าและอาหารขยับตาม ผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร ไรเดอร์ และคนทำงานที่ต้องใช้รถหาเลี้ยงชีพ ได้รับแรงกระแทกโดยตรง
ซ้ำเติมประชาชนจำนวนมากที่กำลังเผชิญปัญหาน้ำท่วม บ้านเรือน ทรัพย์สินเสียหาย บางครอบครัวขาดรายได้ ต้องหาเงินซ่อมบ้านและซื้อของจำเป็นใหม่ แต่กลับต้องจ่ายค่าน้ำมันและค่าอาหารแพงขึ้นพร้อมกัน เงินเยียวยายังไม่ได้ ที่ได้แล้วก็ไม่เพียงพอกับความเสียหาย
หลายคนจึงต้องควักเงินเก็บ ก่อหนี้เพิ่ม พึ่งพาตัวเองทั้งที่ไม่รู้ว่าจะฟื้นตัวได้เมื่อใด
สถานการณ์เช่นนี้ทำให้คำแนะนำให้ประชาชนรัดเข็มขัด ไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะหลายครัวเรือนลดรายจ่ายจนแทบไม่มีอะไรเหลือให้ลดแล้ว
ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าซ่อมบ้าน และค่าใช้จ่ายจำเป็น ล้วนเป็นภาระหลีกเลี่ยงได้ยาก หากราคาพลังงานยังผันผวนต่อเนื่องในช่วงปลายปีนี้และตลอดปีหน้า ความเสี่ยงที่ค่าครองชีพจะพุ่งขึ้นอีกจึงยังมีสูง
รัฐบาลมีข้อจำกัดในการตรึงราคาน้ำมัน เพราะต้องคำนึงถึงราคาตลาดโลก และฐานะกองทุนน้ำมันฯ แต่ข้อจำกัดดังกล่าวไม่ควรเป็นเหตุผลให้ประชาชนต้องแบกรับภาระอยู่ฝ่ายเดียว รัฐควรเร่งพิจารณามาตรการลดภาระที่เห็นผลจริง
ทั้งลดภาษีน้ำมันอย่างเหมาะสม ช่วยเหลือค่าโดยสารสาธารณะ เยียวยาผู้ประสบภัยให้รวดเร็วและทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยและผู้ประกอบอาชีพที่ต้องใช้น้ำมันทุกวัน
สิ่งสำคัญไม่ใช่การเรียกร้องให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันไว้ตลอดไป แต่คือการทำให้ประชาชนรับมือกับวิกฤตได้โดยไม่ต้องแบกต้นทุนทั้งหมดอย่างโดดเดี่ยวลำพัง
รัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดว่ามีมาตรการใด ช่วยใคร ใช้งบประมาณเท่าใด และจะเริ่มเมื่อใด ไม่ใช่ปล่อยให้ข้อเสนอช่วยเหลือเงียบหาย การที่ราคาน้ำมันทยอยปรับขึ้น 3 ครั้งในเดือนเดียว ท่ามกลางความเสียหายจากน้ำท่วม
น้ำมันแพงซ้ำเติมน้ำท่วมคือบททดสอบขีดความสามารถ และความจริงใจของรัฐบาลในการดูแลประชาชน หากมาตรการยังล่าช้า ไม่ชัดเจน และไม่ตรงกับความเดือดร้อน วิกฤตค่าครองชีพอาจลุกลามเป็นวิกฤตความเชื่อมั่นในที่สุด
คำถามที่รัฐบาลต้องตอบ จึงไม่ใช่แค่ว่าจะรับมือกับราคาน้ำมันโลกอย่างไร แต่จะทำอย่างไรไม่ให้ประชาชนหาเช้ากินค่ำต้องสู้ชีวิตอยู่ฝ่ายเดียว