มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 รัฐบาลหวังใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอีสานและยกระดับประเทศไทยสู่เวทีนานาชาติ กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 1 พ.ย.2569 ถึง 14 มี.ค.2570 รวม 134 วัน บนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี เนื้อที่ 1,030 ไร่
ภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายแห่งชีวิต เชื่อมโยงผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การใช้ชีวิตที่ยั่งยืน” พร้อมสวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน และนวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่
รัฐบาลคาดว่าจะมีผู้เข้าชม 3.6 ล้านคน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 20,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 81,000 ตำแหน่ง และรายได้ภาษีกว่า 7,700 ล้านบาท โดยหวังกระตุ้นการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ธุรกิจท้องถิ่น และต่อยอดพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวหลังจบงาน
อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้แสดงความกังวลไว้ในหลายประเด็นสำคัญที่รัฐบาลควรชี้แจงให้กระจ่าง
ไม่ว่าความโปร่งใสของงบประชาสัมพันธ์ 338 ล้านบาท และข้อเสนอเพิ่มอีกกว่า 200 ล้านบาท แม้ภาครัฐชี้แจงว่าเป็นไปตามคำแนะนำของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ แต่ควรเปิดเผยรายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้างให้ตรวจสอบได้ถึงความโปร่งใสคุ้มค่า
อีกทั้งค่าใช้จ่ายหลังจบงานปีละ 30-50 ล้านบาท หากไม่มีแผนหารายได้และงบสนับสนุนระยะยาว อาจกลายเป็นภาระของ อบจ.อุดรธานี และเสี่ยงถูกปล่อยให้ทรุดโทรม
รวมถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศหนองแด การปรับพื้นที่ชุ่มน้ำและก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต้องมีมาตรการประเมินผลกระทบ และฟื้นฟูธรรมชาติอย่างจริงจัง ไม่ใช่เน้นความสวยงามจนละเลยความสมดุลของสิ่งแวดล้อม
และที่สำคัญคือวิถีชีวิตชุมชนโดยรอบ รัฐต้องรับฟังข้อกังวลเรื่องพื้นที่ทำกิน แหล่งน้ำ และค่าครองชีพ เปิดโอกาสให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวอย่างเป็นธรรม
เพื่อคลี่คลายความกังวล รัฐบาลจึงควรเปิดเผยงบประมาณและสัญญาที่เกี่ยวข้อง วางระบบบริหารพื้นที่หลังจบงานให้ชัด จัดตั้งกองทุนบำรุงรักษาระยะยาว 5-10 ปี ควบคู่กับแผนฟื้นฟูระบบนิเวศและการส่งเสริมอาชีพชุมชน ที่สำคัญรัฐบาลส่วนกลางต้องร่วมรับผิดชอบ ไม่ผลักภาระทั้งหมดให้ท้องถิ่นฝ่ายเดียว
แม้เป้าหมายด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจะสำคัญ แต่พืชสวนโลกอุดรธานียังต้องพิสูจน์ทั้งความโปร่งใส ความคุ้มทุน และความยั่งยืน โดยไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชาวบ้าน
ความสำเร็จของงานไม่ได้วัดแค่จำนวนผู้เข้าชมหรือเม็ดเงินสะพัด แต่ต้องวัดจากสิ่งที่เหลืออยู่หลังปิดงานว่าจะสร้างงาน สร้างรายได้ และเป็นประโยชน์ต่อคนอุดรธานีในระยะยาวได้จริงหรือไม่
รัฐบาลต้องทำให้พืชสวนโลกเป็นมรดกของประชาชน ไม่ใช่ภาระของท้องถิ่นที่ทิ้งไว้ให้ประชาชนคนรุ่นหลังแบกรับผิดชอบ