นายวิธูร คลองมีคุณ ประธานศาลอุทธรณ์ มีคำวินิจฉัยที่ วท.27/2569 เกี่ยวกับกรณีที่ประชาชน หรือผู้เสียหายจากการทุจริตเลือกสว. ฟ้องดำเนินคดีคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) และผู้เกี่ยวข้อง

โดยชี้ขาดว่า สิทธิและเสรีภาพทางการเมืองถือเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้รับรองไว้ว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย

การกระทำทุจริตประพฤติมิชอบเพื่อให้ได้มาซึ่งสว.โดยมิชอบ ย่อมเป็นการพรากอำนาจอธิปไตยไปจากประชาชน ดังนั้น ประชาชนทุกคนรวมถึงโจทก์จึงถือเป็นผู้เสียหาย และมีอำนาจยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นได้โดยตรง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และ 28 (2)

ประธานศาลอุทธรณ์ยังชี้ขาดด้วยว่า คดีนี้อยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ตามพ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 3 วรรคหนึ่ง (1)

การวินิจฉัยชี้ขาดของประธานศาลอุทธรณ์ สืบเนื่องจาก สว.สำรองยื่นฟ้องเลขาธิการกกต. พร้อมกกต. รวม 8 คน ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

โดยมีชนวนเหตุมาจากข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และการลงมติ 4 ต่อ 3 ของกกต. ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ และดำเนินคดีกรณีการทุจริตเลือกสว.

ต่อมากกต.ยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาล โดยเห็นว่าผู้ถูกฟ้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และเป็นการกล่าวหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ การพิจารณาจึงอาจมิได้อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรมทั่วไป แต่อาจอยู่ในเขตอำนาจศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือศาลอาญาคดีทุจริตฯ

ส่งผลให้ศาลจังหวัดนนทบุรี มีคำสั่งให้รอการพิจารณาคดีไว้ชั่วคราว พร้อมส่งสำนวนและประเด็นข้อโต้แย้งไปให้ประธานศาลอุทธรณ์พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด ดังที่ปรากฏออกมาแล้วข้างต้น

การที่ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาดครั้งนี้ คาดว่าจะส่งผลดีต่อกระบวนการตรวจสอบคดีทุจริตเลือกสว. ซึ่งเป็นเรื่องอื้อฉาวทางการเมือง ไม่เป็นผลดีต่อระบบนิติบัญญัติ และพัฒนาการทางประชาธิปไตย

โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของกกต.เสียงข้างมาก และเลขาธิการกกต. ที่สร้างความเคลือบแคลงสงสัยต่อสาธารณชนเป็นอย่างมาก ดังกรณีที่กกต.พิจารณาส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาบางส่วน

หรือกรณีที่กกต.ประวิงเวลาด้วยการตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 36 ทั้งที่คณะอนุกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 ได้รวบรวมพยานหลักฐาน และมีความเห็นสั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว

ดังนั้น จึงสมควรอย่างยิ่ง ที่ประชาชนทั่วไป หรือผู้เสียหาย จะมีสิทธิ์ยื่นฟ้องร้องตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. ตามที่ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน