เบื้องหน้าปฏิบัติการ”ดูด” อันเข้มข้นเหมือนกับคู่สัประยุทธ์ทางการเมืองของ “พรรคคสช.” คือพรรคเพื่อไทย
เพราะพรรคเพื่อไทยคือความต่อเนื่องของพรรคไทยรักไทย
เพราะพรรคเพื่อไทยสืบทอดชัยชนะของการเลือกตั้งมาอย่าง ต่อเนื่อง
ไม่ว่าเมื่อปี 2544 ไม่ว่าเมื่อปี 2548
แม้กระทั่งหลังรัฐประหารเมื่อปี 2549 พรรคไทยรักไทยกลายมาเป็นพรรคพลังประชาชนก็ยังได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเดือนธันวาคม 2550
และเมื่อมาเป็นพรรคเพื่อไทยก็ยังได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม 2554
แต่เอาเข้าจริงกลายเป็น”พรรคประชาธิปัตย์”ต่างหากที่ถูกดูด
รูปธรรมการดูดเริ่มตั้งแต่ นายสกลธี ภัททิยกุล และจะตามมาด้วย นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ
แม้กระทั่ง นายชื่นชอบ คงอุดม ก็หนีไม่พ้นวงจรนี้
ความหงุดหงิดจากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ว่าจะเป็น นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ก็เป็นด้วยสาเหตุนี้
ขณะที่แม้จะมีข่าวเรื่อง”สะสมทรัพย์” แม้จะมีข่าวเรื่อง”กลุ่มมัขฌิมา” ทางพรรคเพื่อไทยกลับเฉยๆ
เหมือนไม่รู้ร้อน เหมือนไม่รู้หนาว
เพราะว่าพรรคเพื่อไทยประกาศชัดว่า เข้าสู่สนามเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อไปเป็น “ฝ่ายค้าน” ตรงกันข้าม พรรคประชาธิปัตย์เด่นชัดว่าต้องการเป็น “รัฐบาล”
นั่นเท่ากับ พรรคประชาธิปัตย์คือคู่สัประยุทธ์โดยตรงสำหรับ”พรรคคสช.”
แผนบ่อนทำลายพรรคประชาธิปัตย์จึงเริ่มจาก”การดูด”
พลันที่การต่อสาย “ท่อดูด”เข้าไปภายในพรรคประชาธิปัตย์โดยมีเป้าอยู่ที่บรรดาแกนนำ”กปปส.” ก็เท่ากับฉายสะท้อนว่าใครยืนอยู่กับ “พรรคคสช.”
เป็นการร่วมมือโดยมีคนของ”ประชาธิปัตย์”คอยชี้เป้าและส่งสัญญาณอย่างแน่นอน
มิเช่นนั้น “พลังดูด”คงไม่ส่งประสิทธิภาพระดับนี้
“พรรคคสช.”กับ”พรรคประชาธิปัตย์”จึงกลายเป็นยุทธการดับเครื่องชนด้วยประการฉะนี้