อาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ เทอร์มินัล 1 เปิดใช้เมื่อปีพ.ศ. 2549 ทำเพื่อรองรับผู้โดยสารในช่วงเวลานั้นปีละ 45 ล้านคน แต่ปัจจุบันมีผู้โดยสารถึง 60 ล้านคนต่อปีแล้ว จึงมีความจำเป็นต้องขยายอาคารผู้โดยสาร

มาสเตอร์แปลนของโครงการสนามบินสุวรรณภูมิที่ใช้ในการก่อสร้างมีกลุ่มอาคาร ผู้โดยสารเข้าออกและส่วนบริการสนามบินเป็น 2 กลุ่ม

ปัจจุบันด้านทิศเหนือของที่ตั้งสนามบินเป็นอาคารผู้โดยสาร เทอร์มินัล 1 พร้อมส่วนบริการสนามบิน ส่วนด้านทิศใต้เป็นแผนผังการขยายอาคาร หรือเทอร์มินัล 2 มีทางเข้าออกอาคารผู้โดยสารจากถนนสายบางนา-ตราด สมุทรปราการ

ระหว่างกลางของอาคารผู้โดยสารทั้งสองหลัง คือหลุมจอดเครื่องบิน 2 หลุม มีรถรางใต้ดินให้บริการเชื่อมถึงกันทุกอาคาร

อย่างไรก็ตาม ผลการประกาศคัดเลือกแบบขยายอาคารผู้โดยสารเทอร์มินัล 2 ที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่าจะเซ็นสัญญาเดือนตุลาคมนี้ กำหนดที่ตั้งด้านข้างทิศตะวันออกของอาคารผู้โดยสารเทอร์มินัล 2 ทับลงไปบนลานจอดเครื่องบินที่เตรียมขึ้นบิน และใช้ทางเข้าออกหลักของอาคารผู้โดยสาร เทอร์มินัล 1

สภาสถาปนิกและสภาวิศวกรแถลงว่าจะยื่นหนังสือคัดค้านการปรับเปลี่ยนแผนดังกล่าว ด้วยเห็นว่าไม่เหมาะสมและอาจส่งผลต่อการบริหารจราจรทางอากาศ ภาคพื้น และการรองรับผู้โดยสาร

ส่วน ทอท. ยืนยันว่าแผนแม่บทปัจจุบันยังคงสอดคล้องกับมาสเตอร์แปลนเดิม เพียงแต่ต้องปรับเวลาใหม่ให้มีการก่อสร้างระหว่างปี 2559 – 2563 และลดค่าโครงการมาที่ 42,000 ล้านบาท

เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยว 100 ล้านคนในอนาคต

ความเห็นและข้อมูลที่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มคนทำงานด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กับ ทอท. จึงเป็นเรื่องที่ต้องโต้เถียงและตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน

การทำตามมาสเตอร์แปลนเดิม กับการปรับเปลี่ยนนั้น ประชาชนได้รับผลประโยชน์และความปลอดภัยใดมากกว่ากัน รัฐจะมีรายได้จากแผนใดมากกว่ากัน

เพราะโครงการนี้เป็นโครงการของประเทศ ไม่ควรกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงตามความคิดและข้อมูลของผู้รับผิดชอบโครงการฝ่ายเดียวเท่านั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน