การตัดสินใจเดินขึ้นไปที่ชั้น 5 อาคารไทยซัมมิทเพื่อสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ของ นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ กำลังเป็นประเด็นถกเถียงในทางการเมือง
โดยเฉพาะเมื่อเห็นอาการดีใจอันมาจากพรรคอนาคตใหม่
ไม่ว่าจะจากสีหน้า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ว่าจะจากแววตา นายปิยบุตร แสงกนกกุล
“ไหนว่าเป็นพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่”
เป็นเสียงทักท้วงด้วยความหงุดหงิดเพราะว่า นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ เกิดเมื่อปี 2484 มาถึง ณ วันนี้อายุก็เหยียบเข้าเลขหลักที่ 77 แล้วโดยบริบูรณ์
นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ นี่หรือ คือ “คนรุ่นใหม่”
หากไปถาม ดร.กระเษียร เตชะพีระ หากไปถาม ดร.ประจักษ์ ก้อง กีรติกุล หากไปถาม ดร.ธงชัย วินิจจะกุล
ทุกคนจะแย้งอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมเพรียง
แย้งและยืนยันว่า นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ นี่แหละคือตัวอย่างของ “คนรุ่นใหม่”อย่างแท้จริง
เรื่องนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็การันตีได้
การันตีในฐานะที่เคยเรียนหนังสือด้วยกันที่สวนกุหลาบวิทยาลัย และได้ติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอเรื่อยมาแม้เมื่อดำรง ตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารบก
แรกที่ นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ ได้ดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยคอร์แนล ก่อน 14 ตุลาคม 2516
เคยมีคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์บางฉบับให้คำอธิบายและพาดพิงถึง นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ ว่า เป็น “ดร.วัยรุ่น” จากวันนั้นกระทั่งมาถึงเมื่อเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ก็ยัง”วัยรุ่น”อย่างสม่ำเสมอ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ไม่ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล ไม่จำเป็นต้องให้โฆษกพรรคออกมาแถลงชี้แจง
นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ เป็น คนรุ่นใหม่หรือไม่
เพราะ “ความคิด”และการแสดงออกในทางการเมืองของ นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ นั่นแหละจะเป็นคำอธิบายได้เป็นอย่างเด่นชัดสัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม
แม้อายุ 77 ก็สามารถเป็น”คนรุ่นใหม่”ได้