อุบัติแห่งพรรคตระกูล “เพื่อ” อันแตกลูก แตกหลานออกจากพรรค เพื่อไทยกำลังจะกลายเป็นอีก “นวัตกรรม” ในทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งในปี 2562
เป็นผลโดยตรงจากกฎกติกามารยาทของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560
โดยเฉพาะกระบวนการเลือกตั้ง
เมื่อแปรเปลี่ยนจากที่เคยมี 2 บัตร แบบเขต แบบบัญชีรายชื่อมาเป็นระบบแบ่งสรรปันส่วนจากบัตร 1 ใบ
ผลดีจะเป็นของพรรคขนาดกลาง
ขณะที่พรรคใหญ่ยิ่งได้ระบบเขตมาก ระบบบัญชีรายชื่อก็จะได้น้อยลง
นี่แหละคือ”สาเหตุ”สำคัญ
แม้พรรคเพื่อไทยจะมีความมั่นใจเป็นอย่างสูงว่าจะได้รับเลือกเข้า มาเป็นอันดับ 1 ผ่านระบบเขต
จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ
แต่จุดอ่อนอย่างมีนัยสำคัญก็คือ ยิ่งได้ ส.ส.ระบบเขตมากเพียงใด โอกาสสูงเป็นอย่างยิ่งที่อาจจะไม่ได้ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อเลย
เพราะต้องเกลี่ยไปให้พรรคอื่นที่ได้ระบบเขตน้อยกว่า
จากที่เคยคิดในเรื่อง”พรรคสำรอง”เพื่อรับมือกับการต้องถูกยุบพรรค จึงกลายเป็นว่าจำเป็นต้องจัดพรรคในเครือข่ายขึ้นมาอีกจำนวนหนึ่ง
เพื่อหวังจะได้คะแนนในระบบบัญชีรายชื่อ
จึงได้ปรากฏข่าวประเภท พรรคเพื่อธรรม พรรคเพื่อชาติ หรือแม้กระทั่งพรรคเพื่อปวงชนชาวไทย
โดยเฉพาะเมื่อมีการหารือล่าสุดที่ฮ่องกง
ไม่ว่าเพื่อธรรม ไม่ว่าเพื่อชาติ ไม่ว่าเพื่อปวงชนชาวไทย ล้วนเป็นสาขาแยกย่อยของเพื่อไทย
ชวนให้ระทึกใจยิ่งว่าจะเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใด
ประเด็นที่ทั้งคสช.และพรรคการเมืองอื่นเฝ้ามองและติดตามอย่างระทึกในดวงหทัยยิ่งก็คือ
แต่ละ”เพื่อ”จะแบ่งสันปันส่วน”เป้าหมาย”อย่างไร
ที่สำคัญก็คือ จะ”เกลี่ย”ตัวบุคคลระหว่างระบบเขตกับบัญชีรายชื่ออย่างไรจึงจะไม่สับสน