ไม่ว่า “สวนดุสิตโพล” ไม่ว่า “นิด้าโพล” คะแนนและความนิยมต่อ พรรคอนาคตใหม่น่าจับตามอง
ไม่ว่าเมื่ออยู่กับพรรคเก่า ไม่ว่าเมื่ออยู่กับพรรคใหม่
กล่าวสำหรับพรรคการเมืองเก่าพรรคอนาคตใหม่ทะยานมา อยู่กับพรรคเพื่อไทยและเหนือกว่าพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา
กล่าวสำหรับพรรคการเมืองใหม่พรรคอนาคตใหม่นำโด่ง ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคประชาชนปฏิรูป
ที่ นายทักษิณ ชินวัตร เคยคาดหมายว่าพรรคอนาคตใหม่มีโอกาสในกทม.และภาคใต้จึงมีน้ำหนัก
ปรากฏการณ์ของ”อนาคตใหม่”จึงส่งผลสะเทือน
ข้อมูลที่สร้างความวิตกให้เป็นอย่างสูงต่อคสช.และพลพรรคภายในเครือข่าย มาจากปัจจัยที่ไม่ว่าสำรวจผ่านโพลใดคะแนนของพรรคเพื่อไทยก็ยังเป็นอันดับ 1
ขณะเดียวกัน ที่น่าหวาดหวั่นมากยิ่งกว่าก็คือ การทะยานขึ้นมาของพรรคอนาคตใหม่
หาก 2 พรรคนี้ตีคู่มาด้วยกัน
การเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ก็จะกลายเป็นฝันร้าย สำหรับคสช.และพรรคเครือข่าย
การตัดชื่อและโลโก้พรรคจึงเป็นอีก”ยุทธวิธี”
ไม่เพียงแต่จะเป็นการเตะสกัดขาพรรคเพื่อไทย หากแต่ยังทำให้พรรคอนาคตใหม่มีอันต้อง”เดี้ยง”ตามไปด้วย
แม้จะสร้างความไม่พอใจให้กับพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างสูง แต่น่าสังเกตว่าพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลังประชาชาติ ไทย หรือแม้กระทั่งพรรคประชาชนปฏิรูปก็เงียบ
เงียบเพราะเห็นด้วยกับ”ยุทธวิธี”ใหม่ผ่าน “บัตรเลือกตั้ง”
จึงอาจสรุปได้ว่า ไม่ว่าการกำหนดกฎกติกาผ่านรัฐธรรมนูญ ผ่านกฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญของคสช.และ”แม่น้ำ 5 สาย”มีรากฐานมาจากความกลัว
กลัวจะแพ้พรรคเพื่อไทย และอาจแพ้พรรคอนาคตใหม่
นั่นเท่ากับรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 มีชะตากรรมเดียวกับรัฐประหารเดือนกันยายน 2549
คือ กลายเป็นรัฐประหาร”เสียของ”