ต้องชมไอเดียของคณะกรรมการเฉพาะกิจรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคพลังประชารัฐ อันมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นประธานนำร่องในการเปิดเวทีปราศรัยหาเสียง 5 จุดพร้อม

1 เชียงใหม่ 2 กำแพงเพชร 3 พิษณุโลก 4 เพชรบูรณ์ และ 5 นครสวรรค์

นับแต่เวลา 14.00 น. ของวันที่ 21 ธันวาคม

ไม่เพียงแต่จะเปิดเวทีอย่างอลังการพร้อมกับกิจกรรมให้ประชาชนร่วมโหวตเสนอความคิดเห็น เช่นต้องการให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี

หากที่สำคัญเป็นอย่างมากคือการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ของพรรค

ตรงนี้ต่างหากที่ถือได้ว่าเป็น “นวัตกรรม”ในทางการเมือง

เชื่อได้เลยว่า ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคอนาคตใหม่ ไม่ว่าพรรคไทยรักษาชาติ ไม่ว่าพรรคประชาชาติ ไม่ว่าพรรคเพื่อชาติ

ต่างพร้อมที่จะส่งคำ “ขอบคุณ”ไปยังพรรคพลังประชารัฐด้วยความเต็มตื้นในหัวใจ

เพราะเมื่อพรรคพลังประชารัฐ “นำร่อง”ก็ย่อมฉลุย

ต้องยอมรับว่าในทางการเมืองเมื่อพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลังประชาชาติไทย กระทำหมายความว่าพรรคการเมืองก็จะสามารถโดยสารตามไปด้วย

เพราะเท่ากับเป็นการบุกเบิกนำทางโดย “ขาใหญ่”

เพราะว่าพรรคพลังประชารัฐสามารถเดินสายสัญจรได้ตั้งแต่ยังเป็น “กลุ่มสามมิตร” และพรรครวมพลังประชาชาติไทยก็เป็นต้นแบบในการ “เดินคารวะแผ่นดิน”มาแล้ว

การเปิดเวทีปราศรัยในวันที่ 21 ธันวาคมของพรรคพลังประชารัฐ จึงเท่ากับเป็นสัญญาณไปยังพรรคการเมืองอื่น

รวมทั้งของพรรคเพื่อไทยในวันที่ 5 มกราคม อุดรธานีด้วย

การเมืองในยุคประชาธิปไตยเต็มร้อยภายใต้การกำกับของ คสช.ผ่านมาตรา 44 ก็จำเป็นต้องมองซ้าย มองขวา

ธงนำย่อมอยู่ที่พรรคตระกูล “พลัง”

ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นพรรครวมพลังประชาชาติไทย หรือแม้กระทั่งพรรคพลังท้องถิ่นไท และพรรคพลังธรรมใหม่

หากพรรคเหล่านี้เปล่ง “พลัง”ออกมาก็เหมือนประกายแห่งพลุ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน