บทบรรณาธิการ : คุกคามสตรีเพศ

บทบรรณาธิการ : เสียงประณามผู้ปล่อยคลิปสัมพันธ์ส่วนตัวของนักการเมืองชายกับนักกิจกรรมหญิง เป็นเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะประเด็นการเหยียดและคุกคามทางเพศ

ทั้งต่อผู้ถ่ายทำและเผยแพร่คลิปที่ไร้จิตสำนึก และต่อถ้อยคำแสดงความเห็นหยาบคายในโลกออนไลน์

อังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ความเห็นที่น่าคิดว่า ตั้งแต่อดีตเรื่อยมาจนปัจจุบัน สตรีผู้มีบทบาททางการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง มักถูกใช้เพศเป็นเครื่องมือในการทำลายคุณค่า ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

แม้แต่บุคคลระดับนายกรัฐมนตรีหญิง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยตกเป็นเหยื่อมาแล้ว

ด้านมุมมองของผู้อำนวยการมูลนิธิส่งเสริม ความเสมอภาคทางสังคม สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง มองว่าการกระทำนี้ เข้าข่ายหมิ่นเหม่ละเมิดสิทธิสตรี จงใจทำขึ้นมาเป็นลักษณะคุกคามเพื่อเจตนาบางอย่าง โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม และใช้วิธีการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุทางเพศ

มีข้อสังเกตว่า การใช้วิถีเพศมาเป็นเครื่องมือ ดูหมิ่นและคุกคามแบบนี้ มักพบเจอกับเพศหญิงในช่วงลงสมัครเลือกตั้ง

ด้านองค์กรและนักกิจกรรมที่ยึดมั่นในสิทธิ มนุษยชนออกแถลงการณ์ที่มีข้อสังเกตเช่นกันว่า นักกิจกรรมหญิงถูกกระทำในครั้งนี้เพราะกำลังเคลื่อนไหวเรื่องการจับตาการทุจริตการเลือกตั้ง

เป็นไปได้ว่าเป้าหมายเพื่อให้คนพูดถึงในเรื่องเพศ มากกว่าสิ่งที่ทำอยู่

วิธีการดังกล่าวคล้ายกับที่อดีตนายกฯ หญิงเคยถูกกล่าวร้ายและคุกคามด้วยถ้อยคำหยามเหยียดในช่วงการประท้วงขับไล่ ที่ปฏิเสธทางออกตามวิถีประชาธิปไตย ในปี 2556-2557

ทำให้เกิดผลกระทบต่อการเข้ามามีส่วนร่วมและแสดงบทบาททางการเมืองของสตรี ว่าต้องเสี่ยงกับยุทธวิธีเล่นงานทำลายชื่อเสียง

ความท้าทายนี้มีส่วนให้ประเทศไทยยังไม่มีความก้าวหน้าในเรื่องความเท่าเทียมทางเพศและการส่งเสริมบทบาทของสตรีเท่าที่ควร

จากดัชนีล่าสุด ช่องว่างความเท่าเทียมทางเพศ The Global Gender Gap Report 2018 ของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ไทยรั้งอันดับที่ 73 จาก 149 ประเทศ เพราะมีคะแนนต่ำจากภาคการเมือง ซึ่งอยู่ถึงอันดับที่ 130

หากยังไม่ยุติการคุกคามสตรีด้วยวิธีสกปรก จะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศโดยรวม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน