ดีเบต : บทบรรณาธิการ
ดีเบต – ระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเวลานี้ มีเสียงเรียกร้องจากสมาชิกพรรคการเมืองหลายพรรค ว่าอยากให้นายกรัฐมนตรีมาร่วมดีเบตกับแคนดิเดตของพรรคอื่นๆ ด้วย เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น
เพราะนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันมีชื่อปรากฏว่าจะรั้งเก้าอี้ผู้นำต่อไปในช่วงถ่ายโอนอำนาจจากการรัฐประหารสู่การเลือกตั้ง
กรณีดังกล่าว คณะกรรมการการเลือกตั้งระบุว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ กฎหมายไม่ได้ห้าม
แม้ว่าปกตินายกรัฐมนตรีมีสื่อของรัฐมากมายให้เผยแพร่นโยบายและผลงาน แต่การดีเบตเป็นเวทีเหมาะสมที่ผู้เข้าร่วมจะแสดงความคิดเห็นที่แบ่งเวลาโต้แย้งกันภายใต้กติกาเดียวกัน
ด้วยสีสันและสาระจากการดีเบต ทำให้สื่อมวลชนแขนงต่างๆ จัดเวทีนี้ให้แคนดิเดตจากพรรคใหญ่ หรือพรรคที่อยู่ในความสนใจมาดีเบตอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่กกต.เองจัดเวทีดีเบตขึ้นให้กับ 54 พรรคการเมือง ที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. และแจ้งความประสงค์ที่จะร่วมเวทีประชันนโยบาย 6 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา การเกษตร และสาธารณสุข
พรรคการเมืองจะพบกันในลักษณะ 2 พรรค และ 3 พรรค และเริ่มบันทึกเทปตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.-4 มี.ค. ก่อนเผยแพร่ทางโทรทัศน์และสื่อออนไลน์
เป็นอีกส่วนที่แสดงให้เห็นว่า ดีเบตเป็นเวทีที่ผู้ท้าชิงเก้าอี้ควรเข้าร่วม
แม้ว่า ดีเบตเป็นกระบวนการโต้วาที แสดงวิสัยทัศน์และความคิดเห็นที่ต้องอาศัยวาทศิลป์ จนมีความเข้าใจว่าคนพูดเก่งจะได้เปรียบ
แต่สุดท้ายแล้วผลของการดีเบตไม่ได้ตัดสินการเลือกตั้ง มีตัวอย่างทั้งในและนอกประเทศ ว่าผู้ได้รับคะแนนนิยมสูงจากการโต้วาทีไม่ได้เป็นผู้ชนะเสมอไป
เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากที่ประชาชนตัดสินใจเลือกผู้แทนของตนเอง ไม่ว่านโยบาย ผลงาน ความคุ้นเคย ความไว้วางใจ ฯลฯ
ดังนั้นการเข้าร่วมดีเบตจึงเป็นเวทีที่ผู้เสนอตัวเป็นผู้นำควรเข้าร่วม เพื่อแสดงจุดยืนและแนวทางการบริหารประเทศอย่างตรงไปตรงมา
และพร้อมจะให้ประชาชนเปรียบเทียบกับคู่แข่ง