มุมสะท้อน-การทำหน้าที่ของกกต.

รายงานพิเศษ

การรายงานผลเลือกตั้ง 24 มี.ค. ที่ล่าช้า และเกิดข้อผิดพลาดหลายจุด รวมถึงกรณีบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่เกิดปัญหาเรื่องการจัดส่ง

ทำให้มีเสียงวิจารณ์ถึงการทำงานของกกต.หนาหู

ในมุมมองของอดีตกกต. อดีตผู้พิพากษา และพีเน็ตเห็นอย่างไร

สมลักษณ์ จัดกระบวนพล

อดีตป.ป.ช. อดีตผู้พิพากษา

ขอพูดในฐานะคนธรรมดาทั่วไปถึงการทำหน้าที่ของกกต.ชุดปัจจุบัน ที่มีข้อผิดพลาดมากจนอาจเป็นปัญหาตามมา เพราะไม่แน่ใจว่ามีข้อผิดพลาดจริงตามข่าวหรือไม่ แต่ขอแสดงความเห็นจากข่าวที่ปรากฏออกมา

ในชีวิตผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้งไม่เคยพบความผิดพลาดมากขนาดนี้ มีความรู้สึกว่าการทำหน้าที่ของกกต.น่าเป็นห่วง หรือเป็นเพราะกกต.ชุดนี้ยังไม่เคยจัดการเลือกตั้งมาเลยจึงทำให้อะไรๆ มีข้อขัดข้องไปหมด

อย่างผลคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าที่มาจาก นิวซีแลนด์คนก็สงสัยว่าทำไมส่งมาแล้วจึงกลายเป็นบัตรเสีย ทั้งๆ ที่เอกอัครราชทูตไทยบอกว่าส่งมาตามเวลา มาช้าที่ไปรษณีย์ของไทยหรืออย่างไร เหตุใดกกต.ไม่ทวงถามไปรษณีย์ หากมีปัญหาควรให้ส่งเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งคนทั่วไปก็สามารถทำได้แล้วทำไมกกต.ซึ่งมีอำนาจไม่ทำ

ถ้าจะบอกว่ากกต.เป็นชุดใหม่เพิ่งมาจัดการเลือกตั้ง แต่ที่ผ่านมามีกกต.ชุดใหม่หลายชุดไม่เคยจัดการเลือกตั้งแต่สามารถจัดการได้ แต่ครั้งนี้สิ่งที่ปรากฏผิดพลาดอย่างน่าเป็นห่วง เพราะผิดพลาดเป็นล้านคะแนน ทำให้รู้สึกว่าทำไมมีข้อผิดพลาดหลายอย่างก็อดสงสัยไม่ได้

หรือจะเป็นเพราะการร่างรัฐธรรมนูญของเราที่มีข้อผิดพลาดหลายอย่างจนทำให้กกต.ทำงานยากขึ้น ที่พูดเช่นนี้พยายามให้ความเป็นธรรมแล้ว ดูหน้ากกต.ทั้งหมดก็ทุกข์แล้วไม่ค่อยมีความสุขเท่าไร จึงไม่อยากซ้ำเติมมากกว่านี้เพราะเป็นครั้งแรกที่กกต.ชุดนี้มาทำงานนี้

สำหรับวิธีการทั้งหลายซึ่งกำหนดโดยรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งน่าจะทำให้เกิดความยุ่งยากพอสมควร เช่นการคำนวณคนที่ได้คะแนนส.ส.เขต พรรคไหนได้มากอาจไม่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อเลย ทำไมต้องเอามาคำนวณ ซึ่งดูแปลกๆ และจะทำให้การทำงานของกกต.ยากขึ้น

ส่วนข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นของกกต.อาจทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้หรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่คิดว่าจะเกิดการโกลาหลวุ่นอีกแน่ เพราะมีหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการ

ดังนั้นอีกนานกว่าจะเรียบร้อย เพราะมีหลายเรื่องเป็นเรื่องของฝ่ายเลขาธิการกกต.ด้วย

โคทม อารียา

ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล

อดีตกกต.

การทำหน้าที่ของกกต. ความพยายามของกกต.ที่จะจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อย แต่คราวนี้คือมีความฉุกละหุกอยู่มาก เพราะกกต.คงไม่ค่อยคุ้นเคยกับระบบใหม่

อีกทั้งมีเรื่องความไม่ค่อยไว้ใจจึงถูกชาวจับตามองตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ เป็นพิเศษ เพราะโดยธรรมดาจะมีอาสาสมัครขององค์กรเอกชนต่างๆ แต่ปรากฏว่าไม่ได้มีการส่งอาสาสมัครจากองค์กรเอกชนไปสังเกตการณ์ตามหน่วยเลือกตั้ง แต่เป็นชาวบ้านที่อาสากันไปเอง ซึ่งชาวบ้านสงสัยอยู่แล้วจึงตั้งคำถาม ขณะที่หน่วยเลือกตั้งไม่ได้มีหน้าที่ในการตอบคำถามอะไร ชาวบ้านจึงยิ่งเกิดข้อสงสัย

การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าเรียบร้อย โดยส่วนใหญ่แม้ว่าจะมีข้อสงสัยอยู่หลายจุด เพราะนอกจากประเด็นเรื่องความเรียบร้อยในการจัดการเลือกตั้ง ยังต้องรู้เรื่องความสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งส่วนนี้ไม่เกี่ยวกับกกต.เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวกับนักการเมืองที่ลงสมัครด้วย

และเกี่ยวกับระบบการเลือกตั้งที่ไม่ค่อยเป็นธรรมอยู่แล้ว และมีความไม่ค่อยไว้วางใจกกต.ชุดนี้เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ดังนั้น หากมีอะไรเกิดขึ้นนิดๆ หน่อยๆ จะทำให้กกต.ดูลดความน่าเชื่อถือลง

อีกอย่างหนึ่ง คือในการสื่อสารผ่านสื่อมวลชนบางทีอาจตระเตรียมได้ไม่ดีหรือไม่ตรงความคาดหวังของผู้รับสาร พอความคาดหวังเป็นอย่างหนึ่งแต่อธิบายอีกอย่างหนึ่งก็เกิดสิ่งที่อาจเรียกได้ว่าความขัดข้องใจ การแสดงออกซึ่งความขัดข้องใจคือมีความพยายามที่จะลงชื่อถอดถอนกกต. จึงอยากให้กกต.อธิบายสิ่งที่คลาดเคลื่อนไปแล้ว ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ

และต้องยอมรับว่าการนับคะแนนการเลือกตั้งของกกต.ในครั้งนี้ถือว่าล่าช้าจริง

ส่วนปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ ผมขอใช้สำนวนภาษาอังกฤษว่า “อย่าโยนทารกไปพร้อมกับน้ำในอ่างอาบน้ำ” ธรรมดาเวลาเราอาบน้ำเสร็จก็จะเทน้ำทิ้ง ครั้งนี้ก็เหมือนเทน้ำทิ้งแล้วเอาเด็กทิ้งไปด้วย

หมายถึงอะไรที่ควรจะต้องทำความสะอาดก็ทำไป แต่สาระสำคัญคือเด็กทารกเราต้องเก็บไว้ ซึ่งคือผลการเลือกตั้ง

ส่วนอะไรที่เป็นข้อบกพร่องก็ต้องมีการแก้ไข เหมือนกับการเทน้ำในอ่างทิ้งไป แล้วเก็บสาระสำคัญคือผลการเลือกตั้ง เพราะเป็นการตัดสินใจของประชาชน

ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์

รองประธานมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย

ภาพรวมยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ตั้งแต่การรณรงค์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิเลือกตั้งทำให้ยอดผู้มาสิทธิ์วันที่ 24 มี.ค. น้อยกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ และประชาชนก็ยังไม่เข้าใจการเลือกตั้งบัตรใบเดียว พีเน็ตพบรายงานบางพื้นที่ว่าประชาชนจำนวนมากยังนึกว่าบัตรเลือกตั้งมี 2 ใบ การลงคะแนนหลายพื้นที่ก็พบไปกากบาทในช่องหมายเลข

บัตรเสียร้อยละ 5 หรือคิดเป็นเกือบ 2 ล้านใบ จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มาตัวเลขก็อยู่ระดับนี้ แต่มูลค่าที่เสียไปจากรอบนี้ถือว่าสูงมาก เพราะบัตรใบเดียวให้ผลทั้งส.ส.เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่จะเข้าไปเลือกนายกฯ ระบบเลือกตั้งที่ไม่อยากให้คะแนนแพ้ถูกทิ้งน้ำก็ยังเสียไปกับบัตรเสียจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลเสียหายต่อจำนวนส.ส.ได้ และหากมีการรณรงค์ที่ดีบัตรเสียก็ควรลดลง

ส่วนปัญหาบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าของนิวซีแลนด์ล่าช้า ครั้งนี้ไม่ใช่การเลือกตั้งครั้งแรกที่กกต.ต้องนับคะแนนจากนอกราชอาณาจักร ทำกันมา 20 กว่าปี จนถือเป็นงานทั่วไปอย่างหนึ่งของกกต.แล้ว

ส่วนการนับคะแนนหลัง 5 โมงวันที่ 24 มี.ค. ประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบัตรเกิน บัตรเสียจำนวนมาก กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งขานผิด รวมคะแนนผิด พีเน็ตทราบมาว่าการอบรมกปน.ก่อนเลือกตั้งยังไม่สามารถทำให้กปน.เข้าใจกติกาแบบใหม่อย่างถ่องแท้ได้

เช่นเดียวกับข้อสังเกตจากทั้งสื่อต่างประเทศและในประเทศต่อการเลื่อนแถลงผลการเลือกตั้งร้อยละ 95 ของกกต.ออกไปเป็นวันที่ 29 มี.ค. นี้ ก็ส่งผลให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยอย่างมาก จริงอยู่ที่การคำนวณผลการเลือกตั้งยากกว่าครั้งที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้ซับซ้อนต้องข้ามไปหลายวันหลายคืนขนาดนี้ การทำประชามติเมื่อปี 2559 ที่ใช้ระบบการรายงานแบบ rapid report ที่รวดเร็ว ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

ข้อเรียกร้องจากพรรคการเมืองให้กกต.เปิดเผยข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้งหมดนั้นเห็นด้วยว่ากกต.สามารถทำได้ทันที ยอดผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวนบัตรเลือกตั้งที่พิมพ์ถูกปิดไว้หน้าทุกคูหาวันเลือกตั้งแล้ว กกต.สามารถนำมารวบรวมแล้วเปิดเผยสู่สาธารณะได้ไม่ยาก

ทั้งหมดนี้จึงเป็นสิ่งที่กกต.จะต้องแถลง ชี้แจงโดยละเอียดให้สังคมหมดข้อสงสัย ไม่ทราบว่าปล่อยให้เกิดขึ้นได้อย่างไร โดยเฉพาะบัตรเกิน ตอนนี้ถือว่า กกต.ยังมีเวลาจนถึงวันที่ 29 มี.ค. สามารถอธิบายถึงประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ อะไรผิดพลาดก็ออกมายอมรับ ขอโทษสังคมและแก้ไขปัญหาเป็นรายกรณีๆ ไป ใครละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมีเจตนาก็ต้องดำเนินการ เขตไหนคะแนนสูสีก็นับใหม่ หรือมีการทำผิดกฎหมายก็เลือกตั้งซ่อมกันไป อย่าปล่อยให้เกิดผลกระทบในภาพรวมถึงขั้นล้มการเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ทั้งที่ประชาชนรอคอยมานานถึง 8 ปี

กกต.ทั้ง 7 คน จำเป็นต้องทบทวนการดำเนินการที่ผ่านมาให้ดี หากไม่สุจริตยุติธรรมตามที่กฎหมายกำหนด หากแสดงความเป็นกลางให้ประจักษ์ไม่ได้ ปัญหาทั้งจะย้อนกลับมาที่ตัวเองทันที

ร.ต.วิจิตร อยู่สุภาพ

อดีตเลขาธิการกกต.

การทำงานของกกต.ไม่ค่อยเข้มแข็งเท่าไรในการเตรียมการ ผลงานที่ออกมาจึงมีความสับสนอยู่บ้างทั้งในเรื่องผลนับคะแนน ที่มีคะแนนเพิ่มบ้าง ลดบ้าง แต่ถ้ามีการทักท้วงก็สามารถนำมานับใหม่ได้แต่ต้องมีสักขีพยาน และก็นับจนกว่าคะแนนจะครบตามจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ในหน่วยนั้น

ส่วนประเด็นบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากนิวซีแลนด์ที่เป็นปัญหานั้นมีขั้นตอนของมันอยู่ การจัดส่งบัตรจะต้องมาถึงไทยก่อนวันเลือกตั้งเพื่อนำคะแนนมานับรวมกับหน่วยเลือกตั้งต่างๆ แต่ครั้งนี้ปัดกันไปปัดกันมาจนทำให้บัตรประเทศนี้เกิดความเสียหาย แต่ยังถือว่ามันเสียหายเพียงประเทศเดียว แต่ก็ต้องตั้งข้อสังเกตว่าทำไมมาเกิดที่ประเทศนี้ประเทศเดียว พอถามหาความรับผิดชอบก็ปัดกันไปปัดกันมา

มีการอ้างถึงความล่าช้าของเครื่องบินขนส่ง แต่การบินไทยได้แจ้งว่า บัตรนั้นมาถึงไทยตั้งแต่คืนวันที่ 23 มี.ค. แล้ว แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ไปรับถุงเมล์ ถ้าเป็นเช่นนี้คงต้องมาถามหาว่าความรับผิดในการไปรับถุงเมล์นั้นเป็นใครกันแน่ เจ้าหน้าที่ส่วนไหนต้องไปรับ

ก่อนหน้านี้กกต.เคยแจ้งว่า บัตรนอกราชอาณาจักรที่จะมาถึงไทยชุดสุดท้ายเป็นอเมริกา แต่บัตรที่มาล่าช้าเป็นของนิวซีแลนด์นั้นคงต้องมองถึงการขาดการประสานงาน หรือการตรวจสอบดูว่าประเทศไหนมาแล้วหรือยังไม่มา แล้วพอถึงวันเลือกตั้งก็ยังไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ สุดท้ายบัตรมาไม่ทันนับคะแนนก็เลยเป็นปัญหาเรื่องนี้ กกต.คงต้องเป็นคนรับผิดชอบ

ส่วนกรณีบัตรเลือกตั้งเกินนั้นถ้านับอีก ครั้งยังไม่ครบก็คงต้องจัดเลือกตั้งใหม่และต้องเร่งดำเนินการด้วย จึงเป็นที่มาของการประกาศผลคะแนนไม่ครบเพื่อให้กกต.ได้ตรวจสอบอย่างรอบคอบ

และการรายงานผลคะแนนที่ภาคใต้บางจังหวัด ไม่มีผลคะแนนโชว์เลยนั้นก็ต้องมาดูว่าเกิดจากปัญหาอะไร มีเหตุฉุกเฉินอะไรเกิดขึ้นบ้าง จนทำให้ไม่สามารถรวมคะแนนมายังส่วนกลางได้ ครั้งนี้การนับคะแนนก็ถือว่าเร็วอยู่ แต่ไม่มีความชัดเจนและยังผิดพลาดกันอยู่ แต่กกต.ไม่ควรโทษสื่อมวลชนที่นำเสนอตัวเลขคะแนนแบบที่เรียกว่าเรียลไทม์ เพราะต้องเข้าใจว่าตัวเลขนี้สื่อได้มาจากกกต.

ความไม่ชัดของการรายงานผลคะแนนต้องมองถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำของกกต.ถึงการตรวจสอบให้รอบคอบ ต้องดูว่ากกต.ทั้ง 7 คนนั้นใครรับผิดชอบงานการเลือกตั้งเรื่องอะไรบ้างแล้วค่อยประสานงานกัน

แต่ก่อนการจัดการเลือกตั้งไม่ได้ทันเทคโนโลยีขนาดนี้ แต่ก็ไม่มีความลุกลี้ลุกลนขนาดนี้ มีการแก้ไขผลคะแนนอยู่ตลอดเวลาจนทำให้สังคมไม่เชื่อมั่น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน