ยังไม่ทันที่จะมีวาระแห่งการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นออกมาแจ่มชัด แต่การเคลื่อนไหวก็เกิดขึ้นอย่างคึกคัก
ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย
ขณะเดียวกัน การเดินสายของพรรคประชาธิปัตย์ก็วางเป้าหมายเอาไว้แล้วในหลายจังหวัด
ความน่าสนใจอยู่ที่ลักษณะการเปิดตัวอย่างเปิดเผย
แต่เดิมไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ล้วนมีคนของตนลงชิงในสนามท้องถิ่น แต่มิได้กระทำในนามของพรรค
ไม่ว่าจะเป็นที่สงขลา ไม่ว่าจะเป็นที่เชียงใหม่
น่ายินดีที่ในการเลือกตั้งปี 2562 พรรคการเมืองระดับชาติไม่ปิดบังอำพรางกันอีกแล้ว นั่นก็เนื่องแต่ผลสะเทือนของ “พรรคอนาคตใหม่”
ไม่ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล ไม่ว่า น.ส.พรรณิการ์ วานิช 3 คีย์แมนสำคัญของพรรคอนาคตใหม่ยืนยันเฉียบขาด
ก้าวต่อไปของพรรคอนาคตใหม่ คือเลือกตั้งระดับท้องถิ่น
แต่พรรคอนาคตใหม่ไม่มีเป้าหมายจะรุกทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ หากกำหนดพื้นที่จังหวัดในเชิง “ยุทธศาสตร์”ประมาณ 20 จังหวัดนำร่อง
จุดหลักก็คือ จะดำเนินการในกระบวนท่าอย่างเดียวกันกับการเลือกตั้งระดับชาติ
นั่นก็คือ เอา “นโยบาย”มาเป็นจุดเด่น
นั่นก็คือ การประสานนโยบาย”ระดับชาติ”ของพรรคเข้ากับนโยบายเฉพาะของแต่ละ “พื้นที่” ว่าจะพัฒนาจังหวัดของตนไปในแนวทางใด
นั่นก็คือ กำหนดให้จัดคนลงในลักษณะเป็น “คณะ”มิใช่คนเดียวโดดๆ โดยเริ่มจากระดับอบจ. ระดับเทศบาลและลงลึกไปถึงระดับอบต.
เช่นนี้เองจึงต้องนำร่องเพียง 20 จังหวัดเท่านั้น
คำประกาศของพรรคอนาคตใหม่ส่งผลสะเทือนอย่างลึกซึ้งในขอบเขตทั่วประเทศ
พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐขยับ
เป็นการขยับทั้งๆที่ยังไม่มีความแจ่มชัด เป็นการขยับทั้งๆที่ พรรคอนาคตใหม่เองยังไม่กำหนดวาระให้แต่ละคนได้สำแดงตัวตนออกมา