FootNote:แนวคิดปิดป่าดับไฟป่า กับปฏิกิริยา‘ชาวบ้าน’

ปัญหา “ไฟป่า” ดำรงอยู่อย่างซึมลึก ในท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัส และนับวันจะยืนยันการดำรงอยู่แม้จะมีความพยายามปิดและกลบข่าวด้วยปฏิบัติการไอโออย่างหนักหน่วงก็ตาม

หากรับฟังการแถลงจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็เสมือนกับว่าปัญหา”ไฟป่า”ได้จบสิ้นไปแล้ว

ยืนยันอย่างหนักแน่นในระดับร้อยละร้อยด้วยซ้ำไป

กระนั้น หากติดตามจากเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนภาค เหนือ หากติดตามจากเครือข่ายสภาลมหายใจภาคเหนือ ก็จะสัมผัสได้ในการดำรงอยู่ของ”ไฟป่า”

ไม่เพียงแต่เป็นการดำรงอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ หากยังดุเดือดเข้มข้นที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ที่สำคัญเป็นอย่างมากคือความขัดแย้งในเรื่อง”ความคิด”

ปัจจัยในทางความคิดระหว่างบทสรุปของหน่วยราชการกับความเข้าใจของประชาชน โดยเฉพาะบรรดาชนเผ่าที่มีชีวิตแนบแน่นอยู่กับป่าคือสิ่งสำคัญ

เพราะในทางเป็นจริง การบริหารจัดการกับ”ไฟป่า”จะไม่ประสบความสำเร็จได้เลยหากไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชน

ปัญหาอันก่อให้เกิดความอึดอัดคับข้องเป็นอย่างสูงอยู่ที่บท สรุปของหน่วยราชการเห็นว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าคือต้นตอของปัญหา

ขณะที่ความเป็นจริงในทางนิเวศบ่งสะท้อนให้เห็นเด่นชัดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับว่า มีปัจจัยหลายปัจจัยอันก่อให้เกิด”ไฟป่า” มิได้เกิดจากน้ำมือของคนอย่างที่เข้าใจ

พลันที่มีการชี้นำมาจากทำเนียบรัฐบาลที่จะกำหนดมาตรการเข้มในเรื่องปิดป่า ปฏิกิริยาจึงตามมาอย่างกว้างขวาง

ความละเอียดอ่อนอย่างยิ่งของกรณี”ไฟป่า”อยู่ที่ปัญหามิได้เป็น เรื่องของชนเผ่าที่มีชีวิตแนบแน่นอยู่กับป่าเท่านั้น หากแต่ผลสะเทือนจากหมอกควันยังสร้างความเดือดร้อนให้กับคนเมือง

เพราะหมอกควันคือมูลเชื้ออย่างสำคัญก่อให้เกิดฝุ่นผงพีเอ็ม 2.5 ซึ่งก่ออันตรายร้ายแรงเป็นอย่างสูง

จึงเห็นว่าองค์ประกอบของปัญหาเกี่ยวพันกับชุมชนไม่เพียงแต่เป็นชุมชนในเขตป่าเขาเท่านั้น หากแต่ยังเป็นชุมชนในเขตเมืองอีกด้วย

จึงมีความจำเป็นที่จะต้องประสานทั้งหน่วยราชการและชุมชนก่อนที่จะกำหนดเป็นนโยบายเป็นแนวทางออกมา

มิเช่นนั้นก็อาจจะเกิดปัญหาลามไหม้จากไฟป่ามาสู่เมือง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน