FootNote:พึงยืนยัน บทบาท ‘รัฐสภา’ ตรวจสอบควบคุมรัฐบาล
ยิ่งมาตรการ”เข้ม”หลังประกาศและบังคับใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน ส่งผลสะเทือนต่อความเดือดร้อนมากเพียงใด ยิ่งมีความจำเป็นต้อง “เข้ม” ต่อพระราชกำหนดมากเพียงนั้น
ความ “เข้ม”ในที่นี้หมายถึง การตรวจสอบและควบคุมตั้งแต่ ต้นน้ำกระทั่งปลายน้ำต่อ “พระราชกำหนด”
ถามว่าความจำเป็นในการเกลี่ยโอนและจัดทำ “งบประมาณ” ใหม่มีหรือไม่ ถามว่าความจำเป็นในการต้องกู้เงินจำนวนล้านล้าน บาทมีหรือไม่
ตอบได้เลยว่ามี และมิได้มีในระดับธรรมดา ตรงกันข้าม มีในระดับสูง แต่นั่นมิได้หมายความว่า จะปล่อยให้อยู่ในมือของรัฐบาลโดยไม่มีการตรวจสอบและควบคุม
ตรงนี้เองที่บทบาทของ “รัฐสภา” บทบาทของ”ฝ่ายค้าน”ต้องเข้ม
เหตุปัจจัยอะไรทำให้กระแสเรียกร้องและความต้องการในการตรวจสอบ และควบคุมจากอำนาจนิติบัญญัติ จากสังคมจะต้องมีเป็นอย่างสูง
คำตอบเห็นได้จากภาพของชาวบ้านที่เข้าแถวยาวเหยียดเพื่อรอรับเงินและข้าวของที่มีผู้บริจาค
ไม่ว่าใน “ส่วนกลาง” ไม่ว่าใน “ส่วนภูมิภาค”
คำตอบเห็นได้จากความไม่พอใจของชาวบ้านต่อโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” คำตอบเห็นได้จากความหงุดหงิดต่อกรณีค่าไฟฟ้ามหาโหดในห้วงแห่งการล็อกดาวน์
สะท้อนให้เห็นไม่เพียงความไม่รัดกุมของ”มาตรการ” หากสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เข้าใจอย่างเพียงพอต่อวิถีชีวิตและความเดือดร้อนของชาวบ้าน
ยืนยันว่ารัฐบาลและดรีมทีมสอบตกในเรื่องทางเศรษฐกิจชีวิตของประชาชนอย่างเด่นชัด
เบื้องหน้าสถานการณ์รีบด่วนในการจัดหาเงิน จัดทำงบประมาณเพื่อรับมือกับปัญหาที่ดาหน้าเข้ามา บทบาทของอำนาจนิติบัญญัติ บทบาทของรัฐสภาจึงสำคัญ
สำคัญอย่างเพียงพอที่สมาชิกรัฐสภาจะต้องหาวิธีการเพื่อให้สามารถทำงานได้
เพื่อคง”อำนาจนิติบัญญัติ”คู่กับ”อำนาจบริหาร”
เพื่อให้”รัฐสภา”สามารถตรวจสอบและควบคุมกระบวนการของ”รัฐบาล”ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้ชีวิตของ”ประชาชน”ได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นจริง